ครังก่อนผมได้เอ่ยถึงกระแสของหนังซอมบี้ยุคใหม่ เอาไว้ในบทความที่แล้ว และได้เคยพูดถึงหนังซอมบี้ผสมเลิฟคอมเมดี้ล่าสุด Warm Body เอาไว้ด้วย มาครั้งนี้หลังจากที่ได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว และได้รับความประทับตับไตไส้พุง (เหนือกว่าประทับใจ!?) มามากโข ก็จะขอเอามาเล่าสู่กันฟังตามสไตล์เช่นเคย
 
--------------พื้นที่โฆษณา-----------------------------------------------------
นอกจากบล็อกนี้ ผมยังมีบล็อกใหม่ทีเกี่ยวข้องกับ "การเงิน และ การลงทุน" แบบย่อยง่าย
ไม่ต้องปีนกระไดอ่านที่นี่มาโฆษณาด้วยครับ
 
 
และตั้งใจว่า หากมีเรื่องราวที่เขียนเกี่ยวกับสื่อต่างๆ
ก็จะนำมาอัพเดทบนบล็อกนี้ด้วยไปพร้อมๆ กัน /จับปลาสองมือเลยล่ะ ^^"
 
ยังไงฝากติดตามกันด้วยอีกทางนะครับ!
 
------------------------------------------------------------------------------------
 
Walking Dead หลบไป Walking Love มาแล้ว!
 
ไม่รู้ว่าเพราะผมเป็นชายผู้เสพภาพยนตร์ซอมบี้ หรือหนังสยดสยองด้านมืดมิดหดหู่มามากไปไหม? (จริงๆ คิดว่าตัวเองค่อนข้างเสพหนังแมสเป็นหลักแล้วนะ) ถึงได้รู้สึกว่าทุกองค์ประกอบของความเป็น "หนังซอมบี้" ในเรื่อง Warm Body  นี้ โดนฉีก กระชาก ขย้ำเสียจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ซึ่งโดยปกติแล้ว ปัจจัยเด่นที่จะทำให้หนังซอมบี้ประสบความสำเร็จ โดนใจคนดูนั้นมีอยู่ไม่น่าจะเยอะเท่าไหร่ ซึ่งตามที่ผมทำความเข้าใจและเรียบเรียงมาได้ มีดังนี้
 

dawn-of-the-dead-2004-zombies-2

 
ภาวะซอมบี้ 3 ขั้นในโลกภาพยนตร์
 
ยิ่งแหวะ ยิ่งแจ๋ว : เพราะซอมบี้คือซากศพที่เดินได้ ซึ่งเหลือแต่สัญชาติญาณของการกินเท่านั้น ดังนั้นยิ่งทำให้รูปลักษณ์ของซอมบี้ยิ่งโหด ปากแหว่งเพดานโหว่ ห้อยไส้ตายซาก หรือเกรี้ยวกราดกระหายเนื้อสดๆ เท่าไหร่ ยิ่งยอด (แถมโดนกัดแล้วยังแพร่เชื้อต่อ!) หรือหนังบางเรื่องก็จะฉีกแนวให้มีซอมบี้เวอร์ชั่นประหลาดหลุดโลกไปเลย แต่ก็ยังถือเป็นสปีชีส์ศพเดินได้เช่นกัน หนังที่อยู่ในข่ายนี้ ก็คือตั้งแต่พวก Evil Dead, Bad Taste มาจนถึง Resident Evil, Day of the Dead, 28 Days/Weeks later, Walking Dead ฯลฯ เรียกว่ายิ่งทำให้ซอมบี้หน้าแหวะ เละเทะเท่าไหร่ยิ่งดี
 
กูต้องรอด คนอื่นช่างแม่ม! : มนุษย์ที่เหลืออยู่ในโลกของซอมบี้นั้น มักจะอยู่ในภาวะกดดัน อาหารก็น้อย ร่อยหรอ ต้องเสี่ยงชีวิตอยู่ตลอด ไม่ก็จำต้องขังตัวเองไว้ในที่แคบๆ ทำให้มนุษย์หลายคนต่างก็แสดงธาตุแท้ ความมืดในจิตใจเพื่อเอาตัวให้รอด หรือไม่ก็ตายไปซะ หนังที่เข้าข่ายนี้ ก็พวก 28 Days/Weeks later, Dawn of the dead
 
ซอมบี้ ต้องเป็นผีเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ : เนื่องจากในยุคนี้เป็นยุควิทยาศาสตร์ ทั้งมนุษย์ก็เริ่มที่จะเติบโตจนล้นโลก เราก็เลยเริ่มที่จะเกิดอาการ Human Phobia (อย่างพวกที่กลัวคนเยอะๆ ก็เข้าข่ายนะ) กลัวมนุษย์ด้วยกันเอง หนังซอมบี้ส่วนใหญ่ในยุคมักจะต้องมีเหตุผลอิงวิทยาศาสตร์กึ่งแฟนตาซีมารองรับการกระทำของตัวละครบ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นไวรัสชนิดต่างๆ ของ Resident Evil หรือการจัดฉากควบคุมผีของ The Cabin in the Woods ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน แต่ Warm Body ทำได้เหนือชั้นกว่า ภาวะทั้ง 3 ขั้นทั้งหมดเลยครับ! โดยสามารถจารนัยออกมาเป็นความประทับใจในตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ ดังนี้เล้ย!
 

WARM BODIES

ความประทับใจแรก : ซอมบี้สีชมพู หาด้านมืดไม่เจอ
 
ฉีกทุกตำราหนังซอมบี้ ลืมทุกสิ่งที่คุณเคยดูมา! เพราะหนังซอมบี้เรื่องนี้ "ดราม่าไม่บังเกิด ด้านมืดไม่มี ซีเรียสไม่เคยรู้สึก ทุกสิ่งลื่นไหล ฟุ้งฝัน สวยงาม สนุกสนาน และฉากฮา...อยู่ในหนังตัวอย่างหมดเลย"
 
เริ่มตั้งแต่พระเอกซอมบี้ผู้พิเศษกว่าใครเขา หนังตั้งใจละเว้นความเป็นมาของพระเอกทั้งหมด ว่าทำไมเขาถึงได้แตกต่างขากซอมบี้คนอื่น? ทำไมเขาถึงต้องการที่จะ Keep Connect กับผู้คน?
 
ทั้งๆ ที่หลักการของซอมบี้ก็คือซากศพที่ตายไปแล้ว แต่กลับลุกขึ้นมาเดินได้ เนื่องจากสมองส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานอีกแล้ว แม้ว่าจริงๆ ตัวหนังพยายามที่จะอธิบายเรื่อง ความพิเศษ ของพระเอกอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการกินสมองแล้วฝันได้ หรือการที่พระเอกยังคงมีอารมณ์สุนทรีย์ ไปกับสิ่งต่างๆ เขาอาจจะยังไม่ได้เป็นซอมบี้เต็มตัว? หรือเป็นซอมบี้ทั้งๆ ที่ไม่ได้ติดเชื้อที่สมอง?
 
หนังตั้งปมนี้เอาไว้ให้คนดูตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก็หยุดประเด็นนี้เอาไว้แค่นั้น และมาเล่าเรื่องราวของนางเอกผู้อ่อนหวาน ความรักที่งดงาม และเพื่อนพ้องซอมบี้ผู้น่ารักแทน
 
และที่เด็ดกว่านั้นก็คือ นอกจากจะโยนปมเรื่องพระเอกทิ้งไปแล้ว หนังยังปัดเหตุผลรองรับทุกอย่างออกจากมือคนดูลงถัง แล้วยัดก้อนกลมๆ ขนฟูสีชมพูหวานแหววเข้ามาแทน ด้วยการอธิบาย จุดเปลี่ยน ของหนังทั้งหมดด้วย "Miracle of Love" ตั้งแต่เรื่องเบสิคๆ อย่างอยู่ดีๆ ซอมบี้ก็ซาบซึ้งกับความรักหนุ่มสาว ซอมบี้อยู่ดีๆ ก็มีเลือดไหล พระเอกที่หล่อขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะเอาใจสาวๆ แถมเพื่อนพระเอกยังติดเชื้อความรักกุ๊กกิ๊ก กลายเป็นคนกันแทบจะทั้งหมดอีกต่างหาก! นี่มันอะไรกัน!??
 
ความประทับใจที่สอง : ตัวละครแบนราบ พฤติกรรม None Sense la_ca_1211_Warm_Bodies_
 
นอกจากพ่อซอมบี้พระเอกรูปหล่อที่หนังไม่อยากให้โฟกัสไปที่เขาแล้ว ตัวละครอื่นๆ อย่างนางเอกและผองเพื่อน ผู้เติบโตมาในโลกที่ผู้คนต่างเอาตัวรอดกับซอมบี้ แถมยังเป็นเหมือนหน่วยคอมมานโดอาสา แต่ดันทำพฤติกรรมที่ไม่ค่อยจะฉลาดเท่าไหร่ อย่างการเอาเกม PSP ไปเล่นระหว่างอยู่ในเดดโซน (มึงเพลินมากเลยนะ?) หรือความไม่ประสีประสาในการต่อสู้กับซอมบี้ (ตกลงพวกเอ็งเป็นหน่วยอาสาที่ไม่ได้ฝึกมา?)
 
ตลอดจนความไม่ค่อยฉลาดในการเอาตัวรอดในโซนซอมบี้แบบ Non Sense อย่างใช้เวลาในไปซิ่งสปอร์ตฆ่าเวลากับซอมบี้ที่ไม่รู้ว่าจะแหลกสมองเธอเมื่อไหร่ (ชิลมากเลยนะตัวเธอ?) แล้วดันจะมาอยากหลบหนีเอาดื้อๆ คือ...คนธรรมดาใน Walking Dead ยังทำอะไรเมกเซนส์กว่านี้ 300 เท่าได้
 
ที่เอ่ยมาทั้งหมดนี่เป็นเพียงแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้นเรื่องเท่านั้น ยังไม่รวมถึงอะไรยิบย่อยกุ๊กกิ๊กหวานแหววอย่าง การเอาศพเดินได้มาอาบน้ำ (ตกลงมึงเป็นซอมบี้หรือเปล่า?) แต่งหน้า /อันนี้พอมีเหตุผลหน่อย เพราะเขานิยม Embalming ศพเป็นเรื่องปกติ คือฉากประเภทนี้ เรามักจะเห็นในหนังโรแมนติกคอมเมดี้วัยทีนของฝรั่งเป็นปกติน่ะครับ แต่นี่มันหนังซอมบี้นะเฟ้ย! โลกภายนอกเขาอยู่กันสบ๊าย สบาย จนหวานแหววกันได้ขนาดนั้น?
 
ความประทับใจที่สาม : มนุษย์ช่างเป็นมิตรโลกช่างสวยงาม และความรักชนะทุกสิ่งได้....อย่างไม่มีเหตุผล
 
warm-bodies-3
 
ความน่ากลัวของซอมบี่ในมุมมองของมนุษย์ก็คือ สิ่งที่แปรเปลี่ยนเหยื่อ ให้กลายเป็นผู้ล่า หรือเรียกว่า ผู้ครองจุดสูงสุดแห่งห่วงโซ่อาหาร อันเป็นตำแหน่งที่มนุษย์ครอบครองมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นจุดสยองขวัญที่สุดแห่งเผ่าพันธ์โฮโมเซเปียนอย่างเราๆ
 
แต่ไม่ต้องกลัวไปครับ... Warm Body เราจะเห็นฉากที่เหนือคาด อันไม่เคยมีมาในหนังซอมบี้เรื่องไหนมาก่อน อย่าง
 
- มนุษย์ร่วมต่อสู้กับซอมบี้ .... ที่กำลังจะกลับกลายมาเป็นมนุษย์ ด้วยพลังแห่งความรัก(!?) หนังให้เหตุผลแค่นี้แหละ
 
- ความรักเปลี่ยนโลก มนุษย์ทำลายกำแพงที่แบ่งโลกคนกับศพลง แล้วหันมาใช้ชีวิตร่วมกัน อย่างเอื้อเฟื้ออาทรแบบ ง๊าย ง่าย (นั่นมันเคยกินสมองคนมาก่อนนะ?) แถมซอมบี้ตัวอื่นยังพัฒนาการมากุ๊กกิ๊กมนุษย์อีกด้วย
 
ที่ว่ามายืดยาวทั้งหมดนี่ สรุปว่า "โครตจะผิดคาดครับ" จากที่คาดหวังเอาไว้ค่อนข้างสูง ว่าจะเป็นหนังที่แหกขนบของหนังซอมบี้ได้อย่างมีเหตุมีผล หรือมีชั้นเชิงมากกว่านี้ แต่ Warm Body กลับกลายเป็นเพียงหนังเลิฟคอมเมดี้ดาษๆ ที่เอาความเป็นซอมบี้มาขาย มาเป็นองค์ประกอบเสริมให้ดูแหวกแนวขึ้นก็เท่านั้น
 
ส่วนตัวแล้วผมอาจจะคาดหวังกับมันเกินไปก็ได้ แต่สำหรับคนที่อยากเห็นซอมบี้เลิฟคอมเมดี้ ที่สุดจะแหวกแนว เนื้อเรื่องแน่น เหตุผลมีเต็มเหนี่ยว สนุกจัดเต็ม และน่ารักโมเอ้จริงๆ ขอแนะนำมังงะเรื่องนี้ครับ "ซอมบี้โมเอะ Sankarea" แล้วท่านจะรู้ว่ามันดีกว่าเจ้ากายอุ่นเรื่องนี้หลายเท่า
 
และคำถามสุดท้าย....
 
หลังจากที่ซอมบี้เลิกล่า และหันมาใช้ชีวิตกับมนุษย์แล้ว พวกเอ็งจะแดกอะไรกันครับ? อาจจะเลิกกินเนื้อ หันมากินมังสวิรัติกันหมดก็เป็นได้....