ภาพยนตร์เรื่อง "Perfume" (ชื่อไทย "น้ำหอมมนุษย์") เป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ถือได้ว่า "เข้าขั้น" ในแง่ของการภาพยนตร์ที่นำเสนอประเด็นของการฆาตกรรมเชิงจิตวิทยาเรื่องหนึ่งในปีที่ผ่านมา ตัวภาพยนตร์เล่าเรื่องผ่านมุมมองของชายหนุ่มคนหนึ่งนามว่า "ณอง บับติส เกรอนุย (Grenouille)" ผู้มีความสามารถพิเศษด้านการดมกลิ่นในระดับอัจฉริยะ เกรอนุยสามารถดมกลิ่นจำแนกแยกแยะสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวได้ราวกับมีตาทิพย์ ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ หรือสิ่งของใดๆ ซึ่งเราจะได้รับรู้เรื่องราวชีวิตอันพิลึกพิลั่นของเขานับตั้งแต่เริ่มลืมตาขึ้นมาดูโลกจนกระทั่งตายจากไป

 


          เกรอนุยถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกในสมัยศตวรรษที่ 18 ประเทศฝรั่งเศส ณ สถานที่ๆมีกลิ่นเหม็นรุนแรงที่สุด แห่งหนึ่งในกรุงปารีส ตลาดขายปลาที่มีกลิ่นคละคลุ้งไปด้วยเศษซากคาวปลาทั้งหลาย ซึ่งกองขยะซากปลานี่ก็คือสถานที่แรกที่รองรับร่างน้อยๆของทารกแรกเกิดนามว่าเกรอนุย ที่จริงแล้วมารดาของเขาไม่ปรารถนาให้เขามีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ แต่ด้วยความต้องการที่จะดิ้นรนที่จะมีชีวิตหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ ทารกน้อยได้แผดร้องออกมาจากเศษกองขยะซากปลา เป็นผลทำให้หญิงขายปลาผู้เป็นมารดาของเกรอนุยถูกตัดสินประหารชีวิตจากข้อหาพยายามฆาตกรรมลูกตนเอง

 

 

          ทารกน้อยเกรอนุยเติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า น่าแปลกที่ตัวของเกรอนุยเอง นั้นไม่เป็นที่ต้องการจากบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นแม่นมหรือเหล่าเด็กกำพร้าด้วยกันเอง อาจเรียกว่าถึงขั้นรังเกียจ กันเลยทีเดียว เนื่องจากความแปลกแยกทางด้าน "กลิ่น" ของตัวเขาที่มีความแตกต่างจากผู้อื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะตัวเขาไร้ซึ่ง "กลิ่นใดๆ" ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกาย หรือกลิ่นอื่นใดที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์ (identity) ของความมนุษย์อยู่เลย อีกทั้งบุคคลอื่นๆยังรู้สึกขยะแขยงท่าทางของตัวเกรอนุยเองที่ตั้งอกตั้งใจสูดดมกลิ่นของผู้อื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้คนที่เผชิญหน้ากับเกรอนุยรู้สึกราวกับตนเองเปลือยเปล่า (ทางกลิ่น) โดยไม่เต็มใจ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความหวาดกลัวและความรังเกียจที่มีต่อความสามารถพิเศษของตัวเกรอนุยนั่นเอง แต่ตัวเขานั้นก็ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เกรอนุยเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับจิตนาการของตนเองเป็นส่วนใหญ่ ด้วยว่าโลกของเขานั้นล้วนแต่สัมผัสได้ด้วยปลายจมูก มิใช่ด้วยประสาทสัมผัสอื่นๆ เช่นนั้น เกรอนุยจึงมีพัฒนาการทางสังคมและการพูดจาเพียงแค่จำเป็นในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นเท่านั้น

 

          หลังจากเติบโตขึ้น เกรอนุยถูกส่งไปทำงานกุลีชั้นต่ำของโรงฟอกหนัง ที่ซึ่งเขาได้เรียนรู้ที่จะอดทนต่องานอันลำบากยากเข็ญเกินกว่าคนธรรมดาจะทนได้ เขาใช้ความอดทน ขยันขันแข็ง เอาชีวิตรอด จนกระทั่งได้เลื่อนจากกุลีชั้นต่ำกลายมาเป็นคนส่งสินค้าที่ซึ่งเกรอนุยจะได้เข้าไปสัมผัสกับนครปารีสเป็นครั้งแรก ในยุคสมัยนั้นนครปารีสนับเป็นเมืองแห่งกลิ่นอันอบอวลไปด้วยกลิ่นหลากหลายตั้งแต่หอมหวน ยันเหม็นโฉ่สุดประมาณ ทั้งผู้คนที่หลากประเภท ทั้งสินค้าสิ่งของต่างๆ อันเป็นความสุขอันเหลือที่จะกล่าวของเกรอนุยในการที่จะสูดดม กลิ่นไอเหล่านี้จากนั้นจึงทำการรวบรวมเอาไว้ในความทรงจำ จัดหมวดหมู่เป็น Database อยู่ในหัวของเขาเอง           และที่ปารีสแห่งนี้นี่เอง โชคชะตาได้นำพาให้เกรอนุยได้รู้จักช่างปรุงน้ำหอมตกอับคนหนึ่ง (Perfumer) ที่ได้รับรู้ถึงความสามารถพิเศษด้านกลิ่นอันเหนือมนุษย์ของเกรอนุยและแลเห็นประโยชน์ที่เขาจะได้รับจากความสามารถพิเศษของเขา เกรอนุยได้พาตนเองเข้ามาสู่โลกแห่งอาชีพช่างปรุงน้ำหอม และ ณ ที่นี้เอง ที่เขาได้เรียนรู้วิธีการสกัดเอากลิ่นออกมาจากสรรพสิ่งต่างๆ ซึ่งตอบสนองความต้องการในการบรรลุเป้าหมายของตัวเกรอนุยเอง

 

 

          เกรอนุยนั้นมีความต้องการที่ไม่สิ้นสุดในการสกัดเอากลิ่นต่างๆในจินตนาการของเขาออกมาเนื่องมาจากเหตุการณ์ในวันหนึ่ง ขณะที่เกรอนุยกำลังทำหน้าที่ส่งสินค้าในใจกลางกรุงปารีสอยู่นั้น เขาก็บังเอิญได้พบกับสตรีนางหนึ่งกำลังเดินเร่ขายลูกพลัมอยู่ในตัวเมือง สตรีนางนี้สะดุดใจเกรอนุยทันที่ เพราะนางมีกลิ่นที่หอมหวนเย้ายวนใจกว่ากลิ่นใดๆที่จมูกเกรอนุยเคยได้สูดดมมาบนโลกนี้มาก่อน และด้วยความกระหายจะสูดดมกลิ่นของนางอย่างไร้สติ เกรอนุยก็ได้พลั้งมือสังหารสตรีผู้นั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ อันเป็นเหตุให้กลิ่นกายอันหอมหวนของนางต้องเหือดหายไปพร้อมกับชีวิตของนางเอง จากเหตุการณ์นีจึงเกิดเป็นเป้าหมายในชีวิตของตัวเกรอนุยในการที่ จะทำการสกัดและเก็บรักษากลิ่นอันหอมหวน ที่ประทับอยู่ในความทรงจำของเขาเอาไว้ตราบชั่วนิรันดร์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เขาออกเดินทางจากปารีส เพื่อสรรหา "วัตถุดิบแห่งกลิ่น" เพื่อจะนำมาปรุงเป็นน้ำหอมสุดยอดในจินตนาการของเขา และนี่ก็เป็นมูลเหตุที่ชักพาเกรอนุยไปสู่ความเป็น "ฆาตกร" และเป็นแก่นหลักของเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

          ตั้งแต่ต้นเรื่อง เราจะเห็นได้ว่าวิถีชีวิตของเกรอนุยนั้นช่างน่าสมเพชที่สุด เขาถือกำเนิดขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครต้องการ แม้แต่มารดาของตนเองก็ทิ้งๆขว้างๆเขาราวกับเศษปลาเน่าๆชิ้นหนึ่ง เติบโตขึ้นมาก็มีแต่คนจงเกลียดจงชังเนื่องจากความแปลกประหลาดของเขา รวมไปถึงเรื่องที่เขาเป็น "มนุษย์ไร้กลิ่น" นั่นเอง แม้ว่าเหตุผลเหล่านี้จะดูแปลกประหลาดในการที่จะใช้ตัดสินใครคนใดคนหนึ่ง แต่อย่าลืมว่ามนุษย์เรานั้นถือเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะการใช้ชีวิตแบบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม กลิ่นตัวหรือฟีโรโมน นับเป็นปัจจัยหนึ่งในการที่เราจะใช้จำแนกคุณลักษณะของความคล้ายคลึงกันของผู้คนในสังคม (หรือในฝูง) ซึ่งก็คล้ายกับสัตว์ประเภทอื่นๆ ดังนั้น "กลิ่น" ก็เป็นปัจจัยสำคัญืในการสร้าง ความมีตัวตนในสังคม (social identity) รวมถึงเป็นสิ่งที่ใช้แสดงอัตลักษณ์ของตน เนื่องจากตัวเกรอนุยนั้นไร้ซึ่งกลิ่นกายแล้วก็ืำทำให้ตัวเขามีลักษณะที่ไร้ซึ่งการแสดงตัวตนในสังคม ผู้คนที่ใกล้ชิดเขาก็ต่างรับรู้ได้ถึงความแปลกแยกนี้เช่นกัน และนี่ก็เป็นเหตุให้เกรอนุยนั้นต้องดำเนินชีวิตด้วยตัวคนเดียวเรื่อยมา ส่วนคนที่เกี่ยวข้องกับเขาก็ล้วนแล้วแต่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ที่ได้จากตัวเขาเท่านั้น ดังเช่น ผู้ดูแลโรงฟอกหนัง ก็รับ เกรอนุยเข้าทำงานเพราะเห็นว่ามีความอดทนขยันขันแข็งเป็นเลิศ หรือช่างทำน้ำหอมที่รับเกรอนุย เป็นศิษย์เพราะต้องการให้เขาปรุงน้ำหอมกลิ่นใหม่ๆที่ผู้คนหลงใหลอยู่เสมอๆ ไม่มีใครเลยที่จะคบหากับเกรอนุย ในฐานะของ "เพื่อนมนุษย์" อย่างแท้จริง

 

          อันที่จริงแล้วตัวเกรอนุยเองก็มิได้ปรารถนาในสิ่งที่กล่าวไปข้างต้นเลยแม้แต่น้อย เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกของอาณาจักรที่ตั้งอยู่ภายในจินตนาการของตัวเขาเองซะมากกว่า ส่วนโลกภายนอกนั้นเขาไม่ค่อยไยดีเท่าไหร่ เกรอนุยใช้ชีวิตอย่างทรหดอดทนและสมถะมักน้อย (ในฉบับนิยาย จะเปรียบเกรอนุยเหมือนกับ "ตัวเห็บ" ที่เกาะนิ่งตามกิ่งไม้ มีชีวิตอยู่ได้ด้วยเลือดหยดน้อย อันได้ดูดกินเมื่อปีที่แล้ว) แต่สำหรับโลกแห่งกลิ่นนั้นเกรอนุย ไม่เคยเพียงพอเลย ชีวิตเขามีอยู่เพื่อแสวงหาและสูดดม "กลิ่น" ทุกอย่างที่มีอยู่บนโลกมนุษย์ จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อเขาได้พบกับหญิงสาวผู้มีกลิ่นอันน่าอภิรมย์ที่สุดเท่าที่เขาเคยสูดดมมาชั่วชีวิต เกรอนุยก็ไม่รั้งรอที่จะสูดกลิ่นนั้นด้วยความกระหาย จนกระทั่งพลั้งเผลอกระทำการฆาตกรรมไป (แน่นอนว่ากลิ่นก็ย่อมมลายหายไปพร้อมกับชีวิตของสตรีผู้นั้นด้วย) ทำให้เกรอนุยรู้สึกใจสลายเป็นอย่างมาก แต่ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหาวิธีเก็บรักษากลิ่นที่เขาปรารถนาเอาไว้ให้ได้ตลอดกาล

 

          นอกจากความปรารถนานี้แล้ว หลังจากเกรอนุยได้ค้นพบความจริงว่าตัวเขาเองเป็นมนุษย์ที่ไร้กลิ่นใดๆทั้งสิ้น ความจริงนี้เสียดแทงจิตใจของเกรอนุยยิ่งนักและทำให้เขาเกิดความคิดทะเยอทะยานในการที่จะประกาศตนเองต่อโลกที่เมินเฉยต่อเขามาชั่วชีวิตถึงความเป็นอัจฉริยะของเขา ถึง "น้ำหอม" ที่มีกลิ่นอันน่าอภิรมย์ที่สุดบนโลกที่เขาจะปรุงขึ้นมากับมือตนเอง สิ่งนี้จะทำให้เขากลายเป็นคนสำคัญ กลายเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีผู้คนยอมรับและรักเขาเหมือนกับเพื่อนมนุษย์นั่นเอง จากแรงจูงใจนี้เมื่อรวมกับความปรารถนาดั้งเดิมของเขาแล้ว ทำให้      เกรอนุยได้วางแผนกระทำการอันอุกอาจในการที่จะ "สกัดกลิ่น" ออกมาจากวัตถุดิบที่เขาคิดว่ามีกลิ่นหอมหวนที่สุดนั่นก็คือกลิ่นกายของดรุณีสาวงามแรกรุ่นนั่นเองซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่ได้มาโดยง่าย ดังนั้นเกรอนุยจึงเลือกใช้ วิธีการที่สะดวกที่สุดในการดึงกลิ่นออกมาจากผู้อื่นโดยไม่มีการขัดขืน นั่นก็คือกระทำการฆาตกรรมนั่นเอง

 

 

          ในท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าเกรอนุยจะได้กระทำการอันตอบสนองต่อความปรารถนาของเขาแล้วนั้น ผลที่ได้รับกลับมาสู่ความรู้สึกของเขา กลับกลายเป็นความรู้สึกสมเพชเวทนาและความรังเกียจเดียดฉันท์ต่อผู้คนที่รายล้อมรอบตัวในขณะที่ต้องมนต์สะกดของน้ำหอมพิเศษที่เขาปรุงขึ้นมา

          พวกเขาเหล่านั้นต่างมองเห็นเกรอนุยเป็นพระเจ้า มีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดทั้งมวลบนโลก ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสมดังความต้องการของเกรอนุยแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่รู้สึกแม้แต่ความปิติยินดี หรือความสาสมใจใดๆต่อความสำเร็จของตนเลย ตรงกันข้าม ตัวเขานั้นกลับตระหนักขึ้นมาว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถที่จะได้รับความรักด้วยตัวตนที่แท้จริงของเขาจากผู้ใดทั้งสิ้น สิ่งที่ผู้คนต่างหลงใหลคลั่งไคล้เหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เขาปรุงแต่งขึ้นมา หาใช้ตัวตนที่แท้จริงของเขาไม่ และ ณ ตอนนั้นเอง เขาก็บังเกิดความรู้สึกหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เขาอยากจะให้ผู้คนที่คลั่งไคล้หลงใหลเขาในขณะนี้มองเห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา รังเกียจเขา สังหารเขาเสียเหลือเกิน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยเนื่องจากอิทธิพลของน้ำหอมที่เขาปรุงขึ้นมามีฤทธิ์รุนแรงจนเกินที่ใครจะต้านทานไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

          "น้ำหอม" เป็นชื่อของหนังสือนวนิยายแปลจากนิยายภาษาเยอรมันว่า DAS PARFUM ซึ่งเป็นต้นฉบับของเรื่องราวในภาพยนตร์ "Perfume" (แปลโดย สีมน, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า) นับเป็นนวนิยายเขย่าขวัญฆาตกรรมเรื่องหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมและพูดถึงในประเทศตะวันตก ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ กว่า 20 ภาษาทั่วโลก เป็นบทประพันธ์ของชาวเยอรมันนามว่า Partick Suskind ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของชั้นเชิงในการสร้างเค้าโครงเรื่องที่แปลกแหวกแนว อีกทั้งยังมีความละเอียดพิถีพิถันอย่างยิ่งในการใช้ถ้อยคำสำนวนในการบรรยาย "กลิ่น" ทำให้ผู้ที่อ่านแทบจะรับรู้ถึงกลิ่นจากหนังสือเลยทีเดียว และเมื่อนำมาแปลงสื่อเป็นภาพยนตร์แล้วนั้นก็ยังคงจุดเด่นในการสร้างความรู้สึกให้ผู้ชมรู้สึกถึง "กลิ่น" ที่ปรากฏในภาพยนตร์เช่นเดียวกัน เช่น ฉากภายในตลาดปลาที่ราวกับจะได้กลิ่นเน่าเหม็นของซากปลาเน่าๆ หรือฉากที่แสดงถึงศักยภาพการสูดดมของตัวเอกที่แสดงให้เราเห็นถึง กลิ่นที่แทบลอยออกมาจากจอภาพเลยทีเดียว

 

          สำหรับบทภาพยนตร์ก็เช่นกัน Perfume นั้นได้นำเอานวนิยายมาดัดแปลงได้อย่างเหมาะสม แม้ว่าจะมีการตัดทอนบางประเด็นในเรื่องราวออกไป ก็ถือว่าอยู่ในลักษณะที่ยอมรับได้ แต่อย่างไรก็ดี ประเด็นในเรื่องของแรงจูงใจของเกรอนุยในช่วงท้ายๆเรื่องนั้น ก็นับว่ามีความแตกต่างกับต้นฉบับอยู่พอสมควร และในจุดนี้ ด้วยการนำเสนอแบบภาพยนตร ์ก็อาจจะทำให้ผู้ชมเกิดอาการสับสนกับการกระทำของตัวเอกในช่วงท้ายของเรื่องราวอยู่พอสมควร ซึ่งหากได้อ่านในฉบับนิยายจะช่วยเติมเต็มในส่วนนี้ด้วยบทบรรยายต่างๆ มากกว่าฉบับภาพยนตร์

 

          โดยสรุปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนิยายหรือภาพยนตร์ก็ตามแต่ Perfume ก็เป็นนับเป็นผลงานที่น่าชื่นชมในหลายๆด้าน ภาพยนตร์ดำเนินเริ่องไปได้อย่างที่เรียกได้ว่าไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลยตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ว่าภาพยนตร์แนวนี้อาจจะมีถูกแนวกับบางคนที่ไม่ชอบแนวเรื่องเขย่าขวัญเชิงจิตวิทยาแบบนี้ก็ตาม แต่ข้อดีของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือไม่มีฉากที่น่าสยองขวัญ หรือเลือกสาดเป็นแกลลอนแต่ประการใด เพียงแต่ผู้ที่ได้รับชมอาจจะเกิดความรู้สึกขยะแขยง สะอิดสะเอียน หรืออาจจะสนุกสนาน ก็ตามแต่รสนิยมของแต่ละคนกันไปนะครับ...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โห...ยาวโครต
เขียนดี แต่ยาวไปหน่อยนะจ๊ะ นึกว่าเป็นงานวิชาจิตวิทยาเลยนะเนี่ย 555
แต่อ่านแล้วก็ชวนให้อยากดูเลยนะเนี่ย
แล้วยังอุตสาห์หาข้อมูลเรื่องนิยายมาด้วย เฮ...
เขียนอีกนะ อัพแล้วจะมาอ่าน หนุกดี

#1 By nuepor_mufc (58.8.193.167) on 2008-04-21 19:23

แหม อ่านดูดีๆ มันก็ไม่วิชาการขนาดนั้นหรอกครับ
(อยู่ในระหว่างพยายามพัฒนาการเขียนอยู่) open-mounthed smile

#2 By Media Eater on 2008-04-27 14:38

เผอิญผ่านมาน่ะค่ะ ^^

#3 By (210.86.128.161) on 2008-11-18 10:55

แล้วมาเห็นพอดี เรื่องนี้ดูแล้วเป็นหนังที่ประทับใจมากค่ะ ไม่ใช่ว่าเป็นคนโรคจิตนะคะ 555+ แต่ชอบเนื้อเรื่องที่แปลกแหวกแนวมาก แล้วสื่อเรื่องกลิ่นจนแทบจะได้กลิ่นออกมาจากจอเลยทีเดียว เป็นหนังที่ต้องดูอย่างด่วนเลยค่ะสำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู

#4 By (210.86.128.161) on 2008-11-18 10:58

ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ
แบบดูหนังจบ เปิดเว็บหาข้อมูล สั่งซื้อหนังสือทันที
(ขอแอบบ่นหน่อย อ่านหนังสือ เขาบรรยายละเอียดจริงๆ จนบางทีอ่านแล้วงง 555+)

ถ้าไม่ได้มาอ่านเนี่ย คงไม่เข้าใจตอนจบว่าจะสื่ออะไร
(พอดียังอ่านหนังสือไม่จบเลยค่ะ)

สุดยอด รักเรื่องนี้สุดๆเลย

#5 By misz17 (125.26.122.89) on 2008-11-27 06:25

/me ตามอ่านเอนทรีเก่าๆ

#6 By hikaru on 2008-12-15 02:06

ผมดูแล้วก้นุกดีคับsurprised smile แต่สุดท้ายหัวเอกโดนกิน อิอิ sad smile อยากดุภาค2

#7 By Pasak (203.113.101.211) on 2009-01-07 12:18

อิอิ . . big smile

#8 By น้ำหอม (118.172.24.199) on 2009-01-20 19:37

สนใจเรืองน้ำหอม เข้ามาพูดคุยกันได้นะครับ
ผมพยายามจะรวบรวม ให้เป็นแฟนพันธุ์แท้น้ำหอมครับ

เข้ามาที่ webboard ของเว็บจะเป็นแหล่งสนทนา เกี่ยวกับกลุ่มคนที่สนใจเรื่องน้ำหอมนะครับ

http://www.fragrancemania.co.cc

#9 By smallarea on 2009-05-22 14:00