ก่อนอื่นเลยต้อง Merry X'mas ย้อนหลัง และ Happy New Year ล่วงหน้าก่อนเลยสำหรับทุกๆ ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกนี้นะครับ น่าเสียดายที่ไม่ได้อัพตอนช่วงคริสมาสพอดีเลยขอย้อนหลังแทนน่าจะพอไหวล่ะนะ

 

               และเพื่อเป็นการฉลองปีใหม่ เอนทรี่นี้จึงแหวกแนวจาก "เสพสื่อ" ไปเป็น "เสพศิลป์" แทนบ้างเพื่อแก้เลี่ยน (และเปลี่ยนบรรยากาศของคนเขียนด้วย) แต่อย่างน้อยก็ไม่หลุดคอนเซปต์บล็อก แต่บอกไว้ก่อนว่าผมเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านงานศิลป์อะไรมากมาย ดังนั้นการเสพศิลป์ครั้งนี้ คงจะเสพเพื่อความบันเทิงใจเพียงอย่างเดียวนะครับ

 

               เอาล่ะเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า..

 

               วันนี้ไปทำธุระที่มหาลัยฯ มาครับ และแน่นอนหลังจากทำธุระเสร็จ เด็กโข่งอย่างเราก็ต้องเดินสยาม มาบุญครอง แทนที่จะไปเดินสนามหลวง.. พลางคิดว่าเราจนกรอบช่วงสิ้นปีแล้ว เราจะมาเดินทำอะไรให้เสียแคลอรี่แถวนี้หว่า? เดินกึ่มๆ สายตาก็ได้ไปเจอกับกิจกรรมฟรี (ฮ่าๆ) ซึ่งก็คืองาน "กรุงเทพ 226" ที่หอศิลป์กรุงเทพตรงข้าม mbk นี่เอง

 

 

เดินเข้าทางเชื่อมได้เลย สะดวกสบาย และชมวิว.. เอ่อรางรถไฟฟ้าสีซีดๆ ของเรา

 

 

 ทางขึ้นแกลเลอรีชั้นบนสุดครับ ต้องฝากของที่เคาน์เตอร์ก่อน แล้วก็ขึ้นไปชมได้เลย

 

 

 ป้ายหน้างานกรุงเทพ 226

 

ซุ้มประวัติ กทม. ของเรา มีประวัติของเมืองกรุงเทพฯให้อ่านโดยย่อ เริ่มตั้งแต่ชื่อ "บางกอก" เพราะว่ามีต้นมะกอกอยู่เยอะ และนับเป็นเมืองท่าสำคัญเนื่องจากอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีความสำคัญด้านการค้าอย่างมาก
 

 

ซุ้มทางเข้าครับ โซนแรกจะเป็นธีมตั้งแต่ยุคก่อตั้งกรุงเทพฯ

 

บรรยากาศในแกลเลอรี่โซนแรก จะเน้นที่งานศิลปกรรมที่เป็นโบราณสถาน เช่น งานศิลป์บนฝากระดานวัด รูปปั้นต่างๆ ที่ขุดค้นพบ รูปจำลองวัดต่างๆ แต่งานโซนนี้มีไม่เยอะเท่าไหร่ (เพราะของจริงอยู่ชั้นบน)

 

 เดินมาเรื่อยๆ ยุคสมัยของกรุงเทพฯ ก็เริ่มดำเนินมาเรื่อยๆ ครับ

 

งานศิลป์ช่วงนี้จะเน้นที่รูปถ่ายกรุงเทพฯ ในยุคก่อนๆ

 

ที่เห็นบนพื้นคือหมุดยึดพื้น ที่ตั้งอยู่ ณ อนุเสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า (แล้วย้ายมาแสดงได้ไงนี่)

 

รูปพาโรนามาแบบยาวว ของเมืองกรุงเทพยุคการค้าทางเรือรุ่งเรือง

 

อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยสมัยก่อน ภาพนี้ชอบมากเพราะถนนโล่งสุดๆ แตกต่างกับปัจจุบันลิบลับ แต่อาคารบางอาคารก็ยังอยู่ในแบบเดิม

 

 มาขึ้นไปอีกชั้นกันดีกว่า ที่เห็นนี่เป็นทางเดินวนก้นหอยขึ้นไป ปกติตามทางเดินนี้ก็จะมีงานจัดแสดงอยู่ แต่ตอนนี้กลายเป็นการแสดงธีมกรุงเทพฯ เลยต้องเปลี่ยนไป

 

ส่วนตัวผมชอบทางเดินนี้มากๆ ให้อารมณ์การเดินทางข้ามกาลเวลาดี (เพื่อไปพบกรุงเทพฯ ในศตวรรษใหม่)

 


ขึ้นมาถึงแล้วครับ ธีมต่อจากนี้จะเป็นเมืองกรุงในวันฟ้าใหม่ งานศิลป์ก็จะเป็นงานของศิลปินยุคใหม่ๆ ขึ้นละ

 

บรรยากาศแกลเลอรี่ชั้นบน

 

งานชื่อ "วิวาทะ" คล้ายๆ งานของปิกัสโซ่ที่ตัดเอาอวัยวะมนุษย์มาปนๆ กัน



งาน "กรุงเทพ 2519 หลัง 6 ตุลาคม" เป็นผลงานที่สะท้อนแบบขัดแย้งกันของเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อง 6 ตุลาคมในกรุงเทพ


อันนี้รูปจริงๆ ใหญ่มากนะครับ ผลงานชื่อ "เจ้าพระยา" สะท้อนภาพยามเมืองคนกรุงเทพต้องระเห็ดไปอาศัยอยู่ในบ้านกลางน้ำ ภาพชีวิตอาจจะดูยากจน แต่ก็ดูใกล้ชิดกันกว่าเดิมเหมือนชีวิตชนบท



ซูมเข้ามาดูใกล้ๆ งานชิ้นนี้ผมชอบมากเพราะคนวาดรายละเอียดได้ดีมากๆ และยังลงสีได้จัดจ้านและมีเอกลักษณ์ดี



ภาพ "สวนลุม" ชอบเหมือนกัน เป็นภาพที่ต้องใช้จินตนาการดู ดูมั่วๆ แต่รายละเอียดได้ดีจริงๆ



อันนี้ชื่อผลงาน "พื้นที่สีเขียวกลางกรุง (สวนลุม) 2551" เช่นกัน ชิ้นนี้เทพดรอวอิ้งมากๆ อยากได้ไปแขวนในบ้านจัง



อันนี้ชื่อผลงานว่า "They came knocking on my door" ครับ น่าสนใจมากๆ เป็นผลงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่ช้างต่างจังหวัดต้องเข้ามาหากินในกรุงเทพคำอธิบายภาพว่าผู้วาดได้วาดตัวเองยืนพ่นไฟไว้ที่ด้านมุมซ้ายของภาพ แสดงถึงความไม่พอใจที่ช้างต้องมาลำบากในเมือง

 

 


























ภาพนี้คงไม่ต้องอธิบายมาก อาจจะมีหลายคนได้เห็นไปแล้วช่วงเลือกตั้งผู้ว่า



ภาพที่ชื่อผลงานว่า "ยิ้มพิมพ์ใจ" (น่าจะชื่อว่า "ยิ้มสยอง" มากกว่า) ชอบส่วนตัวเพราะหลอนดีครับ เหมือนภาพเก่าๆ ที่โดนน้ำรดใส่ทำให้ซีดๆ ลายๆ หลอนๆ เหอๆ

 


ผลงานชื่อ "คนปี พ.ศ. 2543" สะท้อนภาพมนุษย์เงินเดือนยืนรอที่ป้ายรถเมล์ ใบหน้าและลำตัวกลวงโบ๋ ผิวกายเป็นสีสนิมสึกกร่อน วิจารณ์คนกรุงที่ำกำลังตามโลกแห่งวัตถุจนสูญเสียจิตวิญญาณ



มิต้องกล่าวอะไรมาก กับผลงานชิ้นนี้



งานชิ้นนี้น่าสนใจมาก ขนาดพี่ รปภ. ยังมายืนดูกันเลย



ผลงานที่ชื่อว่า "เรื่องเล่าจากคลองถม" ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์จากเศษของเก่าโปเกเอามาประกอบใหม่ครับ น่าสนใจและตลกดี แสดงออกถึงอารมณ์ขันแบบมีชีวิตชีวา ซึ่งเมื่อของหลายๆ อย่างเหล่านี้รวมๆ กันแล้วดูชุลมุนเหมือนบรรยากาศในคลองถม



โทรศัพท์ (หรือนาฬิกา) หลอมละลาย



ตกลงจะเอายี่ห้อไหนดี? 



เริ่มเข้าโซนสุดท้าย "กรุงเทพในฝัน" ซุ้มเป็นภาพปริ๊นท์รูปเมฆมาแขวนเรียงๆ กันดูแปลกตา



อันนี้ก็ชอบครับ เป็นงานศิลปตัดต่อให้เราดูว่า ถ้าวิวทิวทัศน์ที่เราคุ้นตาไม่มีป้ายโฆษณาให้เกะกะต่อไปจะเป็นเช่นไร (ก็สะอาดตาขึ้นอีกเยอะเลยสิ!)



อันนี้ก็งานศิลป์แบบตัดต่อที่เนียนมากๆ ชื่อผลงาน "มาบุญครอง" ที่เอาวิวทิวทัศน์ที่เราคุ้นตามาตกแต่งเป็นแนวธรรมชาติที่ไร้ผู้คนอยู่อาศัย กรุงเทพฯในอนาคตจะรกร้างและกลับไปสู่ธรรมชาติแบบนี้ไหม?



อีกภาพครับ อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย

 

ผลงานนี้ลืมจดชื่อมา แต่จำได้ว่าเป็นการดัดแปลงอาคารที่อยู่อาศัยแบบคอนโดฯ มาเป็นรูปแบบไทยๆ


บรรยากาศภายในโซนกรุงเทพฯในฝันครับ



งาินชิ้นสุดท้าย "กรุงเทพในปีที่ 300" เป็นงานโมเดลที่สร้างจากจิตนาการของกลุ่มสถาปนิก 4 กลุ่ม สังเกตุเมืองกรุงเทพในภาพมีฉายละครน้ำเน่าอยู่เลย



โรงหนังในอนาคต จอเพียบ ชอบจังคิดได้ไง
 
 


ภาพวาบหวิวโฆษณาอยู่ทั่วไป และที่ขาดไม่ได้คือเซเว่นฯ ที่จะอยู่คู่กรุงเทพไปอีกจนปีที่ 300



และสุดท้าย กิจกรรมให้แสดงโพสแสดงความเห็นตามภาพเลยครับ ผมชอบโซนนี้มากๆ ไล่อ่านซะครบเลย และนี่คือตัวอย่างความเห็นของคนที่มาเยี่ยมชม



เอ่อ.. เอางี้เลยเรอะ ดีเหมือนกันคงจะเย็นดี

ละ.. ลีน่าจัง เนี่ยนะ

เอ่อ... อันสุดท้ายเนี่ยอะไรหว่า 55

แน่นอนว่า กิจกรรมแบบนี้มีหรือผมจะพลาด จัดไป

 

แปะไว้ที่ผนังจุดที่ว่างที่สุดครับ ใครไปอ่านก็ถ่ายมาโปรโมทด้วยนะ (ตอนแปะอนาถามาก เพราะหาเทปกาวแปะไม่เจอ เลยต้องไปนั่งแงะๆ เทปชาวบ้านฉีกแบ่งมาแปะด้วย)

 

               สำหรับทริปนี้ก็จบแต่เพียงเท่านี้แหละครับ ใครสนใจก็รีบๆ ไปดูกันซะนะเพราะไม่รู้ว่างานกรุงเทพ 226 เขาจะจัดกันถึงเมื่อไหร่ และที่ผมเอามาให้ดูนี่เป็นส่วนน้อย งานจริงๆมีอีกเยอะ และอย่างที่ว่าในตอนแรกว่าผมเองก็ไม่ค่อยจะช่ำชองด้านงานศิลป์ แต่ก็สามารถชมงานนี้ได้อย่างสนุกครับ งานส่วนใหญ่เป็นงานวิพากษ์สังคมที่เข้าใจได้ง่าย แต่ถ้ากลัวดูไม่รู้เรื่องจริงๆ (และขี้เกียจอ่านป้ายอธิบายงานตัวจิ๋วๆ) ก็สามารถจิกหัวอาสาสมัครอธิบายงานแถวๆ นั้นมาอธิบายให้เราฟังได้



ของแถม

 


 

              ไปกิน Barasaka Ramen มาครับ ที่สาขาจามจุรีแสควร์ ผมชอบราเม็งเจ้านี้นะ น้ำซุปเขามีเอกลักษณ์ดี กลิ่นงากรุ่นมากๆ ให้เส้นไม่เยอะไม่น้อยไป หมูย่างซีอิ้ว (ไม่น่าใช่หมูต้ม) รสเค็มๆ นิดๆ และที่เด็ดจริงๆ คือทามาโกะ (ไข่ต้ม) ครับ ไม่รู้เขาทำยังไงให้ไข่แดงเหมือนวุ้น ไม่ได้เป็นน้ำๆ แบบยางมะตูม และไข่ขาวหวานขนาดนี้

 

เครื่องปรุง ถ้าในซุปยังใส่งาไม่จุใจ ก็บดใส่ได้เต็มที่เลย!

บาราซากะราเมง (109 .-) เพิ่มไข่ (20 .-)


บดงาใส่เยอะๆ กลิ่นหอมมากกก

ดูความหยุ่นของไข่ซะก่อน
 
 
จบแล้วครับ ยาวจังเอนทรี่นี้

 

Comment

Comment:

Tweet

สวยน่าสนใจค่ะ

#22 By peewa 丕娃 on 2009-02-02 07:41

#21 By (58.147.54.209) on 2009-01-18 12:20

ไปถ่ายมาเหมือนกันครับผม

#20 By ฟ้าใส on 2009-01-11 03:08

ไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยค๊าบบบบ

ยิ่งก่าสันการาคีรีเหอะ

#19 By i'FY on 2009-01-06 20:45

เห็นรูปถ่ายจากหอศิลป์มาหลายรอบแล้วล่ะ เห็นทีไรก็อยากแวะเข้าไปทุกที เดินผ่านทุกวันแต่ไม่เคยแวะเลยแฮะ

#18 By monoguy on 2009-01-05 18:17

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

......มีความสุขมาก ๆ น่ะค่ะ

#17 By i'FY on 2009-01-04 20:37

น่าสนใจมาก โดยเฉพาะความหยุ่นของไข่ เอ้ย
ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลยยย

#16 By XEGXEF on 2009-01-01 22:06

หอศิลป์ปิดปีใหม่ตั้งแต่ 30-5 มกราคมนะครับ

อย่าไปกันเก้อล่ะ

เห็นด้วยว่าที่นี่ดูเหมือนยังไม่เปิดให้บริการตลอดเวลาจริงๆ
(เพราะร้างคนเข้ามาก)

#15 By Media Eater on 2009-01-01 00:16

ผ่านหอศิลป์ที่นี่บ่อยมากๆๆๆๆ แต่ไม่กล้าเข้า มันดูเหมือนยังไม่เปิดตลอดเวลา sad smile ไว้ต้องหาเวลาเข้าไปดูมั่ง

Happy New Year 2009 จ้า

#14 By *cinnamoroll on 2008-12-31 23:37

ลำปางหนาวมากอีกละ sad smile

สุขสันต์ปีใหม่นะคะ

ราเมงน่ากินอ้ะ

#13 By Bluemoon on 2008-12-31 02:22

ชอบภาพที่ กรุงเทพเป็นสีเขียวจังง confused smile

ถ้าเป็นงั้นจริงคงสดชื่นน่าดู

Hot! Hot!

#12 By Burning` on 2008-12-31 02:01

งานกรุงเทพ 226 จัดถึง 15 กุมภาฯ ปีหน้าเลยครับ

สนใจไปดูกันได้เลย big smile

#11 By Media Eater on 2008-12-30 00:33

ราเม็งน่ากินดีแฮะ

เอ้ย!!!ต้องเป็นงานศิลป์น่าดูต่างหากแซ่
งานยังไม่หมดใช่มั๊ยครับ?

#10 By ตุ่นทะเล on 2008-12-29 23:13

ภาพสวยมากเลยค่ะ
ชอบรูปกรุงเทพ บ้างาน ฮ่า ๆๆๆ
น่าจะเพิ่มไปด้วยว่า
กรุงเทพ รถติด ( มาก )
ขอบคุณที่เอาภาพมาให้ชมนะคะ
เคนคิดจะแวะไปเหมือนกัน
แต่เห็นแบบนี้แล้วคงต้องไปซะแล้ว open-mounthed smile
ราเม็งร้านนี้เคยไปกินเหมือนกันค่ะ
มันเค็มไปหน่อยนะ แหะ ๆ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกันค่ะ

#9 By . KMiNTZ . on 2008-12-29 22:58

อะนะ ... "ยิ้มพิมพ์ใจ" สุดสยอง sad smile
ส่วนระเม็งเนี่ย... สงสัยต้องชวนแฟนไปกิน

#8 By Nong-Takrai on 2008-12-29 14:36

ภาพสวยดีอ่ะ
ว๊ายยย อยากไป....ไปกิน

ไปไม่ชวน ร้ายกาจที่สุด

ชอบพัดลมอันนั้น และคอนโดอันโน้น

แจ่ม ๆ ๆ แล้วอะไรสักอย่างที่ศิริราชล่ะไม่เห็นเขียนเลยพี่น้อง

#7 By i'FY on 2008-12-29 13:04

ขำดีจ้ะ น่าเที่ยวเหมือนกันนะเนี่ย ขอบคุณที่พามาให้ชมคร้าบบบบ ว่างๆพาพ่อแม่ไปบ้าง

ปล. ถ้ากรุงเทพร่มเย็นแบบนั้นคงดีเนอะ

#6 By Shuu Exteen on 2008-12-29 02:37

ราเม็งมีผลตอบรับดีกว่างานเสพศิลป์อีกแฮะ cry

เปลี่ยนคอนเซปต์บล็อกมา เสพอาหาร แทน (แข่งกับคุณดันไบน์)
ดีมั้ยเนี่ย ฮ่าๆ

#5 By Media Eater on 2008-12-29 02:03

WiMax ใช้ฟรีโอ๊วววว
MRT,BTS ฟรี เฮ้ฮฮฮ

ลีน่าจังเป็น ปธน. (เค้าคงตายก่อนอ่ะครับ 300 ปี)

Media Eater มาเยือน confused smile

หิวราเม็ง เห็นตั้งแต่ตอนสร้าง

จนสร้างเสร็จยังไม่ได้ไปสักทีจามจุรีสแควร์

#4 By Maxtrix™ on 2008-12-29 01:29

....ต้องไปดูแน่ๆ
....แถวนั้นไปบ่อยโคตรๆ
'block cool!'

#3 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-12-29 01:23

เข้าเอนทรี่นี้ได้เสพงานศิลป์จนอิ่ม...
แล้วก็โดนกระชากกลับมาหิวอีกรอบ

อยากเสพราเม็งค่ะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

#2 By อีฟ on 2008-12-29 01:09

เอ๊ะ ทำไมสนใจข้างล่างมากกว่าข้างบนล่ะ

จ๊อกก..ก...sad smile sad smile

#1 By So long on 2008-12-29 01:04