ช่วงปีใหม่ไปทริปย่อยกับครอบครัว 4 วัน ณ เชียงใหม่มาครับ โดยเดินทางด้วยการขับรถจากกรุงเทพฯ ไปกันเอง ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาไปเที่ยวมากมายนัก (เพราะหักวันเดินทางไป-กลับ ออก 2 วันถ้วน) แถมอีกวันถ้วนๆ ยังต้องออกเดินสายสวัสดีปีใหม่ญาติผู้ใหญ่อีก ทำให้เวลาเที่ยวเหลือเพียงวันเดียว..
จึงเป็นสาเหตุทำให้ทริปคราวนี้จากที่วางแผนกันว่าจะไปปาย จะขึ้นดอยอินทนนท์ ฯลฯ กลายเป็นว่าได้เดินทางไปสัมผัสแดดอันร้อนแรงและฝูงชนที่เชียงใหม่ไปแทน
คาดว่าทริปหน้าช่วงสงกรานต์คงได้ขึ้นดอยซักที
สรุปแล้วเลยได้ไปเที่ยวแค่รอบๆ ดอยอินทนนท์เท่านั้น (ได้กำตดบ้างก็ยังดี) ได้สัมผัสอากาศหนาวที่ตีนดอยบวกกับได้ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ ดอยที่หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยไปกัน อย่างเช่นอุทยานแห่งชาติออบหลวง ที่จะพูดถึงนี่แหละครับ
ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จัก "ออบหลวง" กันก่อน..
ลักษณะทั่วไปของอุทยานแห่งชาติออบหลวงนั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์
ความสวยงาม
และความน่ากลัวไว้ในจุดเดียวกัน
กล่าวคือ
เบื้องล่างเป็นแม่น้ำสลักหิน (หรือในปัจจุบัน เรียกว่าแม่น้ำ "แม่แจ่ม")
ที่ไหลคดเคี้ยวผ่านช่องเขาขาด ซึ่งในอดีตลำน้ำสายนี้เคยใช้เป็นช่วงทางการขนส่งไม้เถื่อนมาก่อน และในจุดช่องเขาออบหลวงนี้ก็เป็นจุดที่คนมาดักเอาไม้เถื่อนขึ้นจากน้ำครับ
ตรงออบหลวงช่องเขานี้มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันและแคบมากทำให้บีบทางน้ำไหล
ดังนั้นแม่น้ำตรงนี้จึงเชี่ยวจัดพอสมควร เหมาะสำหรับกิจกรรม "ล่องแก่ง" เป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าใครสนใจทางอุทยานฯก็จัดให้ท่านได้ในราคาที่ไม่แพงนัก ไม่แน่ใจว่าหัวละ 200+ ประมาณนั้น
ป้ายหน้าทางเข้าอุทยานออบหลวง จุดถ่ายรูปยอดนิยม
ลานตั้งแคมป์ สำหรับคนชอบสัมผัสธรรมชาติและอากาศตีนดอย
ทางเดินไปยังช่องเขาออบหลวงครับ แอบสวยงามเป็นซุ้มต้นไผ่เหมาะสำหรับถ่ายรูป
เดินลุยมาสักพักก็จะเจอละ นี่แหละช่องเขาออบหลวง
ซูมดูกันใกล้ๆ ลักษณะเป็นหินภูเขาถูกกัดเซาะด้วยน้ำจากลำน้ำแม่แจ่ม (ซึ่งเชียวมาก) ด้านล่าง
คาดว่าถูกกัดเซาะมาหลายร้อยปี ถึงทำให้กลายเป็นช่องเขาได้ขนาดนี้
ช่องทางเดินขึ้นไปยังสะพานข้ามออบหลวงครับ แอบสวยและเหนื่อยนิดหน่อย มีป้ายบอกห้ามพิงราวกั้นเป็นระยะๆ คาดว่ามีคนเคยพิงถ่ายรูปและตกเหวลงไปตายมาแล้ว
ภาพนี้ถ่ายจากบนทางเดินขึ้นออบหลวงครับ ของจริงสูงจนใจหวิวได้เหมือนกัน
สะพานเล็กๆ ที่ข้ามช่องเขานั้นรับ นน. ได้ 5 คนนะครับ ใครรู้ตัวน้ำหนักตัวเกินมาตราฐานคนปกติกรุณาคูณสองลองคำนวนให้ดีๆ
นี่แหละสภาพสะพาน เห็นเจ้าหน้าที่อุทยานนั่งดูแลความเรียบร้อยอยู่ลิบๆ
วิวจากบนสะพานครับ
อันที่จริงแล้ว อุทยานแห่งชาติออบหลวงไม่ได้มีให้เที่ยวแค่นี้นะครับ หากเราเดินข้ามช่องเขาไปแล้วจะมีเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติดินแดนมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อยู่ด้วย (ระยะทางคาดว่าน่าจะหลายกิโลแม้ว) จากที่สอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานได้ข่าวว่า เดินกันเป็น ชม. ครอบครัวผมเลยถอนตัวกันหมดเลยเพราะกลัวจะไปเที่ยวที่อื่นไม่ทัน
สำหรับทริปเชียงใหม่คราวนี้ผมก็เที่ยวกันแบบผิวๆ สิวๆ พื้นๆ แบบนี้แหละครับ อิจฉาคนได้ขึ้นดอยได้ไปแม่ฮ่องสอนจริงๆ แต่ไม่เป็นไร เราจะสู้ต่อไปทาเคชิ!
ปล. สำหรับคนชอบตั้งแคมป์ ส่วนตัวผมชอบการตั้งแคมป์นอนเต๊นท์มากเลยเหมือนกัน เพราะเป็นการเที่ยวที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติโดยตรง แต่ขออย่างนึง
กรุณาเยี่ยวให้เป็นที่หน่อยเหอะ ผมและครอบครัวกำลังเดินๆ อยู่ที่ทางขึ้นออบหลวงแถวๆ เต๊นท์ที่พักจมูกก็ได้กลิ่นมาในระยะ 20 เมตร คาดเดาโดยเอาชื่อคุณปู่เป็นเดิมพันเลยว่าพี่แกคงจะก๊งกันริมน้ำจนดึกขี้เกียจไปเข้าห้องน้ำเลยปล่อยกันตรงทางเดินชมธรรมชาติซะงั้น กลิ่นเยี่ยวนี่ติดทนนานมากนะครับ เดินไปชมธรรมชาติไป ดมกลิ่นเยี่ยวไป เข้ากับบรรยากาศมากๆ
ปล2. ได้ไปดูหนังเรื่องนึงมาที่ลิโด้ ประทับใจมาก จะเขียนถึงเร็วๆนี้แน่นอนครับ
ของแถม
บางครั้งคนเราก็ต้องเดินทางไป "แสวงหา" บางสิ่งบางอย่าง
#1 By i' FY on 2009-01-08 11:22