ต้นกำเนิดของเหล่า "American Superhero"

           หากจะนิยามถึงความหมายของคำว่า "ยอดมนุษย์" (Superhero) หรือ "วีรบุรุษ" ไม่ว่าใครก็ตามก็น่าจะนึกภาพขึ้นมาในหัวของตนว่า ยอดมนุษย์คือ บุคคลที่มาในชุดรัดรูปสีต่างๆ มีรูปร่างที่บึกบึนแข็งแรงกว่ามนุษย์ปกติธรรมดาทั่วๆไป สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ มีพลังพิเศษต่างๆที่แตกต่างจากมนุษย์ปกติ สามารถมองทะลุกำแพงได้ บ้างก็สามารถห้อยโหนไปตามตึกสูงๆ  ฯลฯ และที่แน่นอนก็คือ ยอดมนุษย์นั้นจะต้องมี "คุณธรรม" อยู่ในหัวใจ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ายอดมนุษย์นั้นจะมีหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ทำหน้าที่ปราบปรามเหล่าอาชญากร เหล่าร้ายต่างๆ ที่มารบกวนสันติสุขของโลกไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็ตาม


           วัฒนธรรมซูเปอร์ฮีโร่ เริ่มมีอิทธิพลต่อสังคมอเมริกาในช่วงปี 1938 ซึ่งก่อหน้านั้นเป็นช่วงของสังคมอุตสาหกรรม (Industrial Sociology) ที่ประชาชนขาดแคลนซึ่งจินตนาการ ความฝัน เทพนิยายต่างๆไป เนื่องจากต้องดิ้นรนในการใช้ชีวิตในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ เนื่องจากเป็นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และในช่วงนี้เอง การพัฒนาการทางด้านสื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นสื่อสารมวลชนประเภทหนังสือพิมพ์ (Newspaper) มีความรุ่งเรืองและมีอำนาจมาก และเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมของสังคม


           และเนื่องจากการที่สังคมอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดในชีวิตประจำวันนี่เอง "การอ่าน" นับเป็นช่องทางหนึ่งในการผ่อนคลายความตึงเครียดในชีวิต ซึ่งสื่อมวลชนประเภทหนังสือพิมพ์ในช่วงเวลานั้นได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในหน้าที่ (Function) ในการสร้างความบันเทิงให้กับผู้รับสาร จึงได้มีการถือกำเนิดนิยายภาพที่มีลักษณะเป็นช่องๆ 3-4 ช่องเรียงต่อกัน ในแต่ละช่องก็จะมีรูปภาพ ตัวการ์ตูน กรอบคำบรรยายภาพ หรือบอลลูนคำพูด แทรกอยู่เพื่อใช้ในการเล่าเรื่องประกอบภาพ นิยายภาพประเภทนี้เรียกว่า Strip Comic (ภาพการ์ตูนที่ลงต่อเนื่องกันเป็นช่องๆ) และ Panel คือการ์ตูนที่ใช้เพียงช่องเดียว ซึ่งมีแนวเรื่องหลากหลาย ตั้งแต่การผจญภัยไปจนถึงแนวเรื่องแบบตลกชวนหัว ทั้งนี้ก็เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างความบันเทิงให้กับผู้อ่านเป็นหลัก


สตริปคอมมิคแนวซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรก : Flash Gordon


           ภายหลังจากการ์ตูนประเภท Strip Comic เริ่มที่จะได้รับความนิยม และเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากขึ้นในการเลือกอ่านของผู้รับสาร เหล่าผู้ส่งสาร (Sender) ก็ได้พยายามที่จะสรรหาเรื่องราวใหม่ๆ มาเขียนเพื่อดึงดูดคนอ่าน ซึ่งในจุดนี้ การสร้างสรรค์วัฒนธรรมซูเปอร์ฮีโร่ ก็ได้เริ่มที่จะกำเนิดขึ้นมา โดยเริ่มต้นผ่านการหยิบยกเอาลักษณะเด่นของแนวเรื่องของ เทพนิยาย เทพปกรณัมโบราณของชนชาติต่างๆ เข้ามาเป็นวัตถุดิบในการสร้างวัฒนธรรม ผ่านการดัดแปลงแก้ไข ให้เข้ากับลักษณะความสนใจของผู้รับสาร โดยคำนึงถึงบริบททางสังคมของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ซึ่งผลของมันก็คือ วัฒนธรรมซูเปอร์ฮีโร่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอย่างสูงต่อผู้รับสารอเมริกัน ก่อให้เกิดกระแสของซูเปอร์ฮีโร่ในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ในรูปแบบต่างๆ จากนิยายภาพประเภท Strip Comic พัฒนาจนกลายเป็น Series แยกออกมาจากสื่อหนังสือพิมพ์ และได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของช่องทางสื่อตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยีเป็นหลัก ทั้งละครวิทยุ โทรทัศน์ รวมไปถึงภาพยนตร์


Action Comics ฉบับปฐมฤกษ์

          
           ความเห็นที่แตกต่างของ Joseph Campbell (นักวิชาการคนหนึ่งที่ศึกษาด้านวัฒนธรรม Superhero) ได้ให้คำนิยามเอาไว้ว่า วีรบุรุษ คือ ผู้ที่มีลักษณะพิเศษเหนือพลังธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหมือนกับผู้ที่ตายแล้วแต่กลับมาเกิดใหม่ เพื่อมาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ด้วยพลังที่สร้างสรรค์และให้ความช่วยเหลือแก่มนุษยชาติ ซึ่งลักษณะการกำเนิดของวีรบุรุษอาจมีจุดกำเนิดที่แตกต่างกัน เช่น อาจเกิดมาจากสภาพร่างกายที่แข็งแรง เพราะเป็นการรวมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ หรือเป็นผู้มีอำนาจมาเกิดใหม่ หรืออาจจะเกิดมาจากมนุษย์ธรรมดา แต่โชคชะตาได้กำหนดให้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่


วิวัฒนาการและความเป็นมาของ Superhero

            ลักษณะของวัฒนธรรมซูเปอร์ฮีโร่ มีความเป็นมาจากวัฒนธรรมพื้นบ้าน (Folk Culture) จำพวกเทพนิยายของกรีกโบราณ (Greek Mythology) นับตั้งแต่ยุคก่อกำเนิดของวัฒนธรรมซูเปอร์ฮีโร่ โดยหากเรานำเอาลักษณะของตัวละครซูเปอร์ฮีโร่แต่ละตัวมาเปรียบเทียบกับตัวละครที่อยู่ในเทพนิยายกรีกโบราณ เราจะสามารถเห็นได้ถึง "จุดร่วม" ที่เหล่าผู้สร้างตัวละครประเภทซุปเปอร์ฮีโร่ทำการเปลี่ยนแปลงตัววัฒนธรรม จากตัวละครที่เป็นเหล่าทวยเทพ ที่มีพลังเหนือมนุษย์ กลายมาเป็นตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่เราพบเห็นกันอยู่ผ่านทางสื่อช่องทางต่างๆ ในปัจจุบัน


           อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ลักษณะของตัวละครซูเปอร์ฮีโร่นั้น มีจุดร่วมหลายๆอย่าง ที่ปรากฏอยู่ในเทพนิยายกรีกโบราณ ซึ่งการที่วัฒนธรรมซูเปอร์ฮีโร่มีลักษณะที่เรียกได้ว่าเป็นการสืบทอด หรือ การทำให้วัฒนธรรมเกิดการต่อเนื่อง (Continuity) จากเหล่าทวยเทพผู้มีพลังอำนาจต่างๆ ซึ่งเป็นตัวละครในเนื้อเรื่องของเทพนิยายโบราณ เหล่าผู้สร้างสารได้มีการหยิบยกนำเอาเนื้อหา ลักษณะพิเศษของตัวละคร มาทำการทำซ้ำทางวัฒนธรรม จากสื่อพื้นบ้านให้กลายเป็นวัฒนธรรมภายในสื่อมวลชน (จาก Folk media => Mass media)


ยุคเริ่มต้น (Genesis)

           จุดกำเนิดของวัฒนธรรมซูเปอร์ฮีโร่ กำเนิดขึ้นมาจากวัฒนธรรมกรีกโบราณ (Greek Mythology) ที่เป็นเรื่องราวของเหล่าทวยเทพต่างๆ ในนิทานพื้นบ้านหรือสื่อพื้นบ้าน (Folk media) ซึ่งจากการวิเคราะห์จุดร่วมของตัวละครประเภทซูเปอร์ฮีโร่ในยุคแรกๆ สื่อพื้นบ้านเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้สร้างสรรค์ตัวละครและเนื้อเรื่องของซูเปอร์ฮีโร่ในรูปแบบของสื่อมวลชนที่มีผลในวงกว้าง

           ในยุคเริ่มต้น (Genesis) ของวัฒนธรรมซูเปอร์ฮีโร่ หากเราทำการหาความเชื่อมโยงของลักษณะของตัวละครซูเปอร์ฮีโร่กับวัฒนธรรมพื้นบ้านของกรีกโบราณนี้ เราจะเห็นได้ว่ามีหลายๆคุณลักษณะของตัวละครประเภทซูเปอร์ฮีโร่ที่กำเนิดมาในยุคแรกๆ (Golden Age) ที่มีความคล้ายคลึงกับความเป็น "เทพนิยาย" ดังเช่น ในช่วงปี 1983 ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่ชื่อว่า "ซูเปอร์แมน (Superman)" ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยนักเขียนที่มีชื่อว่า Jerry Siegel และ Joe Shuster ทั้งคู่ได้ทำการสร้างสรรค์ตัวละครซูเปอร์แมนขึ้นมาโดยได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครในเทพนิยายกรีกที่ชื่อว่าเฮอร์คิวลิสผู้ทรงพลัง โดยออกแบบการแต่งกายด้วยชุดรัดรูปและออกแบบลักษณะบุคลิกในรูปแบบ "ชายหนุ่มรูปงามล่ำสัน" ให้ออกมาในรูปแบบเดียวกับตัวละคร แฟรช กอร์ดอน (Flash Gordon) นิยายภาพประเภท Strip ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนั้น



           ในช่วงปี 1940 บิลล์ พาร์คเกอร์ (Bill Parker) ได้สร้างสรรค์ตัวละครที่ชื่อว่า "กัปตันมาร์เวล์ (Captain Marvel)" หรือในปัจจุบันจะใช้ชื่อใหม่ว่า "ชาแซม (Shazam)" (เนื่องจากปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ เพราะผู้สร้างซูเปอร์ฮีโร่ตัวนี้อยู่ในสังกัดของ DC Comic แต่ดันใช้ชื่อที่ซ้ำกับสำนักพิมพ์ Marvel Comic) และสามารถทำยอดขายหนังสือได้เหนือว่าซูเปอร์แมนเสียอีก โดยเนื้อเรื่องของกัปตันมาร์เวลจะกล่าวถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งนามว่า บิลลี่ แบ็ทสัน ผู้ซึ่งสามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกได้ในเครื่องแต่งกายรัดรูปสีแดงฉาน และมีเครื่องหมายสายฟ้าอยู่บนหน้าอก เพียงเอ่ยคำว่า "SHAZAM" ซึ่งหนุ่มน้อยบิลลี่ได้รับพลังมาจากพ่อมดลึกลับ ซึ่งอาศัยอยู่ในทางรถไฟใต้ดินร้าง โดยอักขระแต่ละตัวในคำว่า SHAZAM มีความหมายดังนี้ S คือความฉลาดรอบรู้และสุขุมของกษัตริย์โซโลมอน H คือความแข็งแกร่งของเฮอร์คิวลิส A คือความมีน้ำอดน้ำทนของแอทลาส ยักษ์ผู้ถูกทำโทษให้แบกโลกเอาไว้ Z คือพลังอำนาจของเทพซูส (Zeus) เทพเจ้าแห่งสายฟ้า A คือความกล้าหาญของอะคิลลีส ทหารเอกผู้พิชิตเมืองทรอย และ M คือความเร็วของเทพเมอร์คิวรี่ เทพผู้ส่งสาร ณ โอลิมปุส


           จะเห็นได้ว่า การสร้างสรรค์ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ "กัปตันมาร์เวล" นั้น ได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากมายมาจาก Greek Mythology ดังเช่นเทพซูสผู้มีศาสตราวุธเป็นอัสนีบาตสายฟ้า ซึ่งตัวของกัปตันมาร์เวลเองหลังจากเอ่ยคำว่า SHAZAM ซึ่งเป็นวาทะอันศักดิ์สิทธ์แล้วจึงจะรับพลังจากสายฟ้าที่ฟาดลงมาแล้วจึงจะแปลงร่างได้ ซึ่งราวกับจะได้รับพลังอำนาจมาจากศาสตราวุธของเทพซุสนั่นเอง

 

 

 

ขอขอบคุณรูปภาพจากกูเกิล

 

ติดตามต่อได้ใน [Special Report 2] ยุคทองและการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมซูเปอร์ฮีโร่

 

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาอ่านครับ ได้สาระดีมากๆ ปล.แอบมีดราม่าด้วยนะเนี่ย สำหรับคอมเม้นล่างๆ

#12 By BoatmasterZZZ on 2011-07-18 00:33

เห็นชื่อคุณแคมพ์เบลล์แล้วดีใจ ยิ่งมั่นใจว่าคุณภูมิกับคุณ จขบ.มีรสนิยมคล้ายๆ กัน
ขอเพิ่มเติมครับว่าแคมพ์เบลล์ไม่ได้ศึกษาเฉพาะวัฒนธรรมฮีโร่เท่านั้น แต่งานของเขาครอบคลุมไปถึงเรื่องเทวตำนานเปรียบเทียบ (Comparative Mythology) ระหว่างหลายเชื้อชาติและหลายยุคสมัย ซึ่งก็ตั้งอยู่บนฐานทฤษฎีเรื่องอาร์คีไทป์ของจุงและมายาคติของบาร์ธอีกที
อยากแนะนำหนังสือของเขา ชุด The Masks of God และ The Hero with a Thousand Faces ครับ แคมพ์เบลล์แกเปรียบวีรบุรุษแต่ละตำนานได้ถึงกึ๋นจริงๆ

อนึ่ง คุณภูมิไม่ชอบเขียนแนะนำในสิ่งที่คนอื่นรู้ดีอยู่แล้ว ถ้าคุณ จขบ.รู้จักงานของแคมพ์เบลล์เป็นอย่างดีแล้ว คุณภูมิต้องขอโทษที่ "เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน" ด้วยนะครับ

อยากขอตอบคอมเมนต์ของคุณ จขบ.จากในบล็อกคุณภูมิเล็กน้อย
ขอบคุณครับที่เป็นห่วง เพื่อน ป.โทหลายคนก็ชอบเตือนคุณภูมิเหมือนกันว่าให้ระวังการฟันธงทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่ง (ซึ่งหลายครั้งเกือบทุกคนก็ลืมไปว่าทฤษฎีต่างๆ ล้วนเปราะบาง ชะตากรรมไม่แน่นอน และล้วนแต่เป็นมายาคติทั้งนั้น)

แต่กรณีอย่างในเอนทรีนั้น คุณภูมิขอยืนยันอยู่ดีครับว่าผิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณภูมิจะปฏิเสธเรื่องความดีหรือชั่วนี่ครับ คุณภูมิแค่ขอเรียกว่าเป็นอิทธิพลของอิดและซูเปอร์อีโก้ และพอมาโยงเข้ากับสังคมถึงกลายเป็นเรื่องของความดีและความชั่วไปได้

อีกอย่าง ความดีและความชั่ว โดยตัวมันเองก็เลื่อนลอยอยู่แล้ว แต่ละสังคมที่มีความเชื่อ มีศาสนา มีการนับถือเทพเจ้าต่างกัน ก็มีการกำหนดอะไรที่เป็น "ความดี" และ "ความชั่ว" ไม่เหมือนกัน อย่างเอสกิโมไม่ถือว่าการเอาพ่อแม่แก่ๆ ไปทิ้งเป็นความชั่ว แต่เขาทำเพราะให้คนที่เหลืออยู่รอดได้ เพราะส่วนแบ่งอาหารน้อยลง ส่วนของซูเปอร์อีโก้ของคนเอสกิโมยอมรับในการกระทำดังกล่าวได้เพราะสังคมของเขาเห็นดีเห็นงามด้วย แต่ถ้าเอามาใช้กับคนไทยก็ไม่ได้แน่นอน เพราะค่านิยมสังคมไทยเราไม่แนะนำให้อกตัญญูต่อพ่อแม่แก่ๆ

เพราะบริบททางสังคมต่างกัน บรรทัดฐานเรื่องความดีและความชั่วก็เลยต่างกันด้วย ฉะนั้นคุณภูมิก็เลยถือว่าความดีกับความชั่วมันเอาแน่เอานอนไม่ได้ หรือว่าอีกอย่างก็คือมันไม่มีอยู่จริงนั่นเอง คุณภูมิเลยขอหันไปหาอะไรที่ดูจะจับต้องได้มากกว่า คือเรื่องของอิดและซูเปอร์อีโก้ ที่อ้างอิงกับสัญชาตญาณภายในคนและแรงกดดันจากสังคมภายนอก ซึ่งดูจะสอดคล้องกับหลายๆ สังคมได้มากกว่าบรรทัดฐานเรื่องความชั่ว

คิดว่าเท่านี้คงพอตอบได้มั้งครับว่าทำไมคุณภูมิจึงเชื่อว่าเรื่องความดีและความชั่วไม่มีจริง แต่ไม่ต้องห่วงครับ ถึงวจะไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ชอบและไม่ยอมรับเอามาปฏิบัตินี่

ขอโทษด้วยนะครับที่มาตอบคอมเมนต์ซะยาว นานๆ จะเจอคนที่คอมเมนต์อะไรๆ ให้คุณภูมิได้ฉุกคิดแล้วมองสะท้อนตัวเอง

วันหลังๆ อยากมาคุยเรื่องทฤษฎีวรรณคดีวิจารณ์กับคุณ จขบ.อีก ไว้เจอกันนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ
big smile Hot!
ว้าววว ที่มาหรือเนี่ย!
มิน่าล่ะกล้ามอเมริกันฮีโร่แต่ละคนอย่างงาม

#10 By Shuu Exteen on 2009-07-06 14:39

ไม่เคยนึกเลยว่าจะมาจากตำนานกรีกกกก
เพิ่งรู้ว่า Marvel มีที่มากะเค้าด้วย confused smile Hot!

#8 By Bluemoon on 2009-07-06 00:06

คลาดกัน ... ตอบอย่าละเอียดใยบล้อกอู๋ด้วยแล้วค่ะ sad smile
ตรงคอมเม้นที่ 10 คลาดกับคอมเม้นของพี่ไป ไม่กี่นาที

#7 By petit-ou on 2009-07-05 01:52

ตามไปตอบใน Blog แล้วครับคุณ ฅนตัวเล็ก

#6 By Media Eater on 2009-07-05 01:48

เอาตามประเด็นค่ะ

1.คุณบอกว่ามาเอาข้อมูลจากบล้อกฉัน ฉันเองก็ให้ข้อมูลไว้ค่ะ
คุณกล่าวอ้างว่าคุณมาดูแล้ว แสดงว่าข้อมูลใดๆที่คุณพลาดไปเอง
นั่นไม่ใช่ความผิดของฉัน ลองดูที่pageฅนตัวเล็ก และ Profile ของฉันประกอบค่ะ

2.แน่นอนค่ะ ฉันแสวงหาในสิ่งที่ทำให้ฉันพอใจ และตอนนี้ฉันก็พอใจที่เป็นอยู่ค่ะ

สำหรับสารในคห.34 ปรี๊ดพเราะไม่พอใจค่ะ
แต่ไม่ใช่ไม่พอใจระบบ เป็นไม่พอใจในความเห็น ที่มีการต่อว่าจขกท.ว่าการเป็นนักเขียนที่ดีเค้าเป็นแบบนี้กันหรือ
นักเขียนที่ดีดูที่งานเขียนหรือดูที่ความประพฤติตัวในชีวิจประจำวันกัน?
ก็เลยเป็นที่มาของข้อความในความเห็นที่ 34

ปล.ฉันเริ่มมึนเพราะง่วงแล้ว รู้สึกว่าอาจตอบไม่ครอบคลุมสิ่งที่คุณข้องใจ
มีตรงไหนข้องใจบ้างไหมอีกคะ ต้องการจะแก้ไขให้ถูกต้องค่ะ

#5 By petit-ou on 2009-07-05 01:39

ขอบคุณค่ะ โห...ละเอียดมากจริงๆ ให้ดาว Hot!

#4 By อีฟ on 2009-07-05 01:30

ตั้งแต่กำเนิดcry

#3 By wesong on 2009-07-05 01:04

ขอบคุณมากครับมาสเตอร์แชมป์ big smile

#2 By Media Eater on 2009-07-05 00:52

นี่มันเจ๋งและละเอียดมาก! ขอบคุณครับ surprised smile