"อุปสรรค" และ "ปัญหา" คำสองคำที่มนุษย์ทุกผู้ไม่ว่าหน้าไหน ก็ต้องประสบพบเจอในชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่วัยเรียนที่ต้องเผชิญอุปสรรคในการแข่งขันด้านการเรียน ไปจนถึงวัยทำงานที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่มีมาให้แก้ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เรียกได้ว่าชีวิตมนุษย์นั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตอยู่ภายใต้สิ่งที่เรียกว่า "แรงกดดัน" ได้เลย โดยเฉพาะสังคมเมืองหลวงที่ต่างคนต่างก็ดิ้นรนเพื่อปากท้องของตนเอง

 

           แม้ว่าโดยธรรมชาติมนุษย์จะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคและการดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้แรงกดดันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่อันที่จริงแล้ว คนเราต่างก็มีระดับของ "แรงกดดัน" ที่ทนรับไหวได้ไม่เท่ากัน บางคนสามารถรับแรงกดดันได้สูง หรือสามารถปรับตัวให้ทำงานภายใต้ข้อจำกัดได้ดี แต่บางคนก็ทนรับแรงกดดันในการทำงานหรือการดำเนินชีวิตได้ไม่มาก และเมื่อทนรับอีกต่อไปไม่ได้ มนุษย์เราก็จะใช้กลไกลการป้องกันตัวอยู่สองทาง หนึ่งคือการหลบหนี (Escape) ออกจากแรงกดดันนั้น สอง คือการต่อต้านและทำลายสิ่งที่ก่อให้เกิดแรงกดดันแก่ตนเอง กล่าวคือ ผู้คนประเภทนี้เกิดความหวาดระแวง (Paranoid) หรือกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคทั้งหลายแหล่ในสังคม

 

 

 

           "Paranoid Agent" มีพล็อตหลักของเรื่องว่าด้วยการตามล่าหาตัว "Shonen Bat" เด็กปริศนาที่ก่อคดีทำร้ายร่างกาย ด้วยการฟาดหัวเหยื่อด้วยไม้เบสบอลและหนีจากไปด้วยโรลเลอร์เสก็ต เจ้าเด็กปริศนารายนี้สร้างความหวาดผวาให้แก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในโตเกียวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเหตุทำร้ายร่างกายนี้เกิดขึ้นกับ Saki เด็กสาวนักออกแบบคาแร๊กเตอร์ชื่อดัง เจ้าหมา "Maromi" (ที่ละม้ายคล้ายกับเจ้า Tare Panda เหลือเกิน) ยิ่งทำให้คดีทำร้ายร่างกายของ Shonen Bat กลายเป็นข่าวครึกโครม และส่งผลต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ไปยังตัวละครอื่นๆ ที่จะกลายเป็นเหยื่อของเจ้าเด็กโรคจิตรายนี้ต่อไป

 

 

           เนื่องจากอนิเมชั่นเรื่องนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของผู้เคราะห์ร้ายที่ถูก Shonen Bat เล่นงาน ซึ่งก็มีตัวละครที่หลากหลายแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบที่กำลังกดดันกับการสร้างคาแร็กเตอร์ยอดฮิตตัวใหม่ นักเรียนที่ถูกเพื่อนในชั้นแกล้ง นักข่าวเรื่องซุบซิบ หญิงสาวสองบุคลิก ตำรวจที่ตามคดีเรื่องนี้ ฯลฯ ดังนั้นเรื่องราวในช่วงต้น จึงคล้ายกับการโครงเรื่องแนวสืบสวนสอบสวน ที่มีเป้าหมายในการคลี่คลายปริศนาของ Shonen Bat ให้จงได้ แต่เมื่อปมปริศนาต่างๆ เริ่มถูกคลี่คลายลงไป วัตถุประสงค์ของอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็เริ่มจะเด่นชัดขึ้นมา ผู้ชมจะพบว่าตัวตนของ Shonen Bat ได้แปรสภาพกลายไปเป็น "สัญลักษณ์พิเศษ (Special Symbol)" ที่มีความหมายของสิ่งที่จะปรากฏออกมา เมื่อผู้คนเกิดความสิ้นหวัง ไม่สามารถหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตนั่นเอง

 

           ผู้กำกับ Satoshi Gon ได้เลือกหยิบยกเอาไอเดียบรรเจิดไปจนถึงไอเดียประหลาดที่อยู่ในหัวของเขา มาแปรสภาพเป็นอนิเมชั่นทีวีซีรีย์ชั้นเยี่ยม อันมีแก่นของเรื่องเกี่ยวกับผู้คนที่อับจนหนทางแต่กลับเลือกแก้ปัญหาด้วยวิธีการ "กลบฝัง" แทนที่จะแก้ไขตัวปัญหาจริงๆ เขาเลือกใช้วิธีการนำเสนอผ่านรูปแบบของภาพกึ่งฝันกึ่งจริง ภาพหลอน จิตหลอน (Surrealism) ของตัวละครแต่ละตัวที่ต้องประสบพบเจอกับความคุกคามทางจิตจาก Shonen bat นั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วงานของSatoshi Gon มักจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเย้ยหยั่นและเสียดสีสังคมญี่ปุ่นที่หมักหมมไปด้วยปัญหาทางสังคม เหล่าผู้คนที่หลีกหนีความเป็นจริงเมื่อผิดหวังในชีวิต งานของเขาที่ผ่านมาก็ไม่หลีกพ้นประเด็นเหล่านี้เช่นกัน (Perfect Blue, Paprika)

 

           Paranoid Agent หากแปลความหมายโดยตรงจะหมายถึง "ตัวแทนของความหวาดระแวง" อันเป็นความหมายที่สื่อถึงตัวของ Shonen Bat โดยตรง ตัวละคร Shonen Bat ตามท้องเรื่องนั้นมิใช่มนุษย์ แต่กลับเป็นปีศาจที่อยู่ในจิตใจของมนุษย์ทุกผู้ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ด้วยการทำลายล้าง เป็นจิตด้านลบ เป็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่จะใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา (ฆ่าตัวตาย, ทำร้ายตัวเอง, ทำร้ายผู้อื่น) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชะตากรรมที่บังเกิดแก่ตัวละครแทบทุกตัวในท้องเรื่องทั้งสิ้น

 

          สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่เป็นตัวแทนความหมายของการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่ผิด ก็คือตัวคาแร๊กเตอร์หมาสีชมพูสุดน่ารัก เจ้า Maromi ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนยอดฮิตตามท้องเรื่อง ผู้ชมจะเห็นว่าเจ้า Maromi นี้เป็นตุ๊กตาที่มีชีวิต พูดกับซากิ (เด็กสาวนักออกแบบคาแร็กเตอร์) ได้ คอยปลอบโยนซากิ คอยบอกเสมอว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี่ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าตุ๊กตา Maromi ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของการกลบฝังปัญหาด้วยการหลีกหนีปัญหา (Escape) ของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการอาศัยอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั่นเอง ซึ่งจะสะท้อนไปถึงกรณีปัญหาการเกิดของ ฮิคิโดโมริ หรือการเกิดพวกโอตาคุ เป็นต้น

 

           ในตอนสุดท้ายของอนิเมชั่นซีรีย์เรื่องนี้ แสดงภาพของสังคมญี่ปุ่นที่ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับจากการ "กลบฝังปัญหา" เอาไว้ไม่ยอมแก้ไข (ผู้คนต่างแย่งชิงเจ้า Moromi มาครอบครองเพื่อหนีปัญหา ส่วน Shonen Bat ก็กลายเป็นดินโคลนกลบฝังผู้คนทั้งเมือง) สุดท้ายแล้ว หนทางแก้ปัญหา นั่นคือการยอมรับความเป็นจริงให้ได้ไม่ว่าความเป็นจริงมันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม แม้แต่คนที่หมดหนทางในการดำเนินชีวิตต่อไปด้วยโรคร้าย แต่หากคนผู้นั้นยอมรับความเป็นจริงของความตายที่เอื้อมมือเข้ามาได้ คนผู้นั้นก็จะพบกับหนทางแห่งความสุขและความสงบ หากมนุษย์ยอมรับความเป็นจริงอันเจ็บปวดนี้ได้ จิตของมนุษย์ก็จะพัฒนาขึ้นจนกล้าแกร่ง สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงและแน่วแน่ ไม่ว่าจะพานพบกับอุปสรรค หรือแรงกดดันใดๆ ก็ตาม

 

 
 
ขอบคุณทุกรูปภาพจากผลการค้นหาของกูเกิลครับ

Comment

Comment:

Tweet

น่าสนใจมากเลยค่ะ open-mounthed smile ไว้จะลองหามาดู

#12 By Airin on 2010-02-15 23:20

คุณนัท หาได้ทีไหนละนี่

#11 By ~@Asami@~ on 2010-01-25 10:02

ฮ๊า น่าสนใจ ไม่ได้ดูอนิเมะมานานแล้วopen-mounthed smile
Perfect Blue ครับ (ดาราโดนคนตาม)

อันนั้นก็เล่นประเด็นทางจิตเหมือนกัน

#9 By Media Eater on 2010-01-22 21:43

เรื่องนี้เหฌนหนังตัวอย่างแล้ว น่าดูมากเลย
แต่อยากดูเรื่องเก่าของเค้าอีกเรื่องค่ะ
ที่เป็นดาราแล้วโดนคนตามอะsad smile

#8 By ❤NoRWAN❤ on 2010-01-20 22:41

เรื่องนี้อ่ะผมกำลังอยากจะหามาดูเลย อยาดูๆๆๆๆๆๆsad smile

#7 By TorA on 2010-01-19 12:43

น่าสนแฮะ

ผกก.คนนี้เราเคยดูเรื่อง paprika ชอบม๊ากกกก

ไว้จะหามาดู อิอิ

#6 By SIAMZOMBIE FILM ^0^ on 2009-12-13 09:43

เรื่องนี้สนใจนานแล้วแต่หาไม่ได้เลย

#5 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-11-28 09:39

plot เรื่องน่าสนใจมากครับ

น่าเสียดาย ที่ที่มันไม่่ค่อยมีชื่อ จนเอาคุยต่อกันได้

#4 By InsomIA3 on 2009-11-26 18:04

ไม่เคยดู แต่อ่านแลวอยากดูมากๆ ขอตัวไปหามาดูก่อนแล้วจะกลับมาเมนท์อีกทีงิ
สะใจ บล็อกร้างไม่ได้อัพนาน 555 sad smile

#2 By Media Eater on 2009-11-17 17:49

น่าลองหามาอ่านดู big smile

#1 By Bluemoon on 2009-11-17 00:10