เมื่อสองวันก่อน ด้วยความที่โชคดีนิดหน่อย ผมเลยได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์ผีไทยเรื่องล่าสุด "ทองสุก13" รอบสื่อมา หลังจากที่ไม่ได้มีโอกาสดูหนังไทยในโรงภาพยนตร์มาเสียนาน และหลังจากที่ดูแล้วก็เกิดความประทับใจ + ความผิดหวังหลากหลายผสมกันไป เลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังในฐานะคนเสพสื่อคนนึงก็แล้วกันนะครับ
 
ถือเป็นวาระสำคัญของชีวิตที่วนกลับมาอีกรอบหนึ่ง ในการได้เข้าไปดูหนัง บันเทิง + กินฟรี ในงานฉายรอบสื่อ ที่แทบจะไม่ได้มีโอกาสไปอีกเลย หลังจากที่ไม่ได้ทำงานกับนิตยสารภาพยนตร์มาหลายปีแล้ว ^^"
 
ทุกอย่างดีถ้าไม่นับว่าได้ตั๋วแถว J แบบที่เรียกได้ว่าไปนอนดูหน้าจอเลยน่าจะง่ายกว่า /ใครไปดูรอบสื่อแล้วเห็นชายชุดดำกำลังตะคุ่มไปตามที่นั่งว่างๆ ด้านหลังโรง ก็ไม่ต้องสืบเลยนะว่าใคร มันปวดคอไม่ไหวจริงๆ ครับ
 

653443-img-1358766760-1

 
โดยผลงานเรื่อง "ทองสุก13" นี้ ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของค่ายหนังหน้าใหม่ เวฟ พิคเจอร์ส ที่มีเจ้าของค่ายนามสกุลคุ้นหูอย่าง ประชา มาลีนนท์ หรือเจ้าของ BEC ที่ทำรายการให้ช่อง 3 นั่นแหละ
 
ตัวหนังโปรดิวซ์โดย อังเคิล อดิเรก วัฏลีลา เขาคนนี้เคยทำ วาไรตี้ผีฉลุย (2548) ด้วยล่ะ เคยดูเรื่องเดียวนี่แหละ ส่วนกำกับโดย คุ้ย ทวีวัฒน์ วันทา ผู้เคยกำกับอนุบาล เด็กโข่ง (2009) ขุนกระบี่ ผีระบาด (2004) สารภาพว่าไม่เคยดูซักเรื่อง แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับความรู้สึกที่มีต่อหนังเท่าไหร่
 
ส่วนหนึ่งในทีม เขียนบทนั้นคือขวัญใจผมครับ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ นักวาดการ์ตูน และนักเขียนบทภาพยนตร์ที่มีผลงานเรื่องที่ผมประทับใจอย่าง 13 เกมสยอง และ 4หลุด4 บางตอน ซึ่งคนนี้แหละคือตัวแปรที่ทำให้ผมตั้งความหวังกับหนังเรื่องนี้เอาไว้พอ สมควร อีกทั้งต้องขอขอบพระคุณพี่เอกนี่แหละครับที่ให้โอกาสได้เข้าไปดูฟรีรอบนี้ :D
 
มาพูดถึงหนังกันดีกว่า โดยปกติหนังผีจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ก็คือ
 
- Slash Film หรือเรียกอีกอย่างว่าหนังเชือดๆ พล็อตส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ที่มักจะไปทำอะไรห่ามๆ กันในสถานที่แห่งหนึ่ง และก็ถูกอะไรบางอย่างไล่ฆ่าจนไม่เหลือชิ้นดี /ส่วนจะรอดไม่รอดก็แล้วแต่เรื่อง ลีลาการเล่าเรื่องก็จะโฉ่งฉ่าง + ลึกลับ
 
- Horror Film ตามชื่อเลยก็คือ หนังสยองขวัญ ที่เน้นความเขย่าขวัญสั่นให้ประสาทแดกกันข้างนึงด้วยภาษาหนัง การใช้เสียง การล่อตามสายตาตัวละคร ผสมกับเรื่องราวดราม่าต่างๆ ให้กลมกล่อม
 
แน่นอนว่าผมชอบอย่างหลังมากกว่า
 
โดยเฉพาะหนังผีไทยที่รู้สึกประทับใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่นับเรื่องได้ก็คือ "เป็นชู้กับผี" และ "ลัดดาแลนด์" ที่เรื่องแรกคือ Horror แบบคลาสสิกสุดๆ ส่วนเรื่องหลังก็ Horror ได้โมเดิรน์แถมดราม่าได้อย่างกลมกล่อม แต่ "ทองสุก 13" นั้นต่างออกไปครับ
 
 
เดินตามสูตรหนังเชือดฝรั่งเต็มๆ

211414

 
ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง กระท่อมน้อยกลางป่า (Cabin in the wood) นี่จะรู้เลยว่า มันคือหนัง Slash + Horror + Black Comedy ที่โอเคมากๆ โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง ที่หนังเล่นกิมมิค หรือมีจุดที่ยั่วล้อเอาหนังสยองขวัญสมัยก่อนมายำใหญ่กันแบบจัดเต็ม และใส่กันสุดทางมากๆ ยกเว้นตอนจบที่ดูแล้ว เอ้อ! เล่นแบบนี้เลยเรอะ!
 
ซึ่ง ทองสุข 13 นี่ก็แทบจะเดินตามรอยการดำเนินเรื่องนี้มาแบบเป๊ะๆ เลยทีเดียว
 
โอเคว่า แม้จะเลือกแนวทางการดำเนินเรื่องตามสูตรของ Slash Film แบบเต็มขั้น นั่นคือกลุ่มวัยรุ่นสุดเฮ้ว ออกเดินทางไปสถานที่อาถรรพ์ไปพลาง แกล้งเพื่อนไปพลาง พร้อมทั้งลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปพลาง ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็คือ วัยรุ่นกลุ่มนั้นโดนไล่ฆ่าทีละคน
 
แต่หนังแต่ละเรื่องนั้น ก็มักจะมีจุดเด่นอื่นๆ ที่แตกต่างกันออกไป และแทนที่จะเลือกฆาตกรโรคจิต ครอบครัวล่าเนื้อมนุษย์ หรือซอมบี้ลืมหลุม ทองสุก 13 เลือกที่จะเล่นกับ ตำนานความเชื่อ (แบบไม่น่าจะไทยนะ?) และภูติผีวิญญาณเป็นหลัก ซึ่งจะบอกว่ามันเป็นจุดเด่นก็ได้ ถ้าหนังเรื่องนี้ทำได้เต็มที่จริงๆ
 
แทรกความหลอนและความตลกมาให้แบบครึ่งๆ กลางๆ

281212_Thongsuk13_2

 
แต่นอกจากสไตล์เล่าเรื่องแบบไล่เชือดแล้ว ทองสุก 13 เลือกที่จะแฝงกลิ่นอายของ Horror Film เอาไว้ในแทบทุกจุด (ซึ่งทำได้ดีนะ เพราะผมดูแล้วก็รู้สึกกลัว) อย่างเรื่องตำนานคืนผีแดกบนเกาะผี แมวผีที่เดินเพ่นพานอยู่ทั่วเกา หรือความที่พระเอกเป็นมนุษย์ที่โดนผีเข้าสิงได้ง่ายตั้งแต่เด็ก องค์ประกอบเหล่านี้แหละที่หนังทำให้คนดูเกิดความสงสัยว่าที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และไอ้ความที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตนไม่รู้นี่แหละ ที่ทำให้หนังมีรสชาติขึ้น
 
แต่หลังจากที่บิวท์อารมณ์ของ ความลึกลับ มาได้ไม่นาน หนังก็พาตัวเองเข้าสู่โซนของการไล่เชือด ผีที่โผล่มาแบบจะจะ ทั้ง CG ที่ลอยว่อน และผีแต่งหน้าที่ไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเนี่ย อะไรที่มันเห็นแบบเต็มๆ มันจะสร้างอารมณ์ได้แค่ความตกใจเท่านั้น ซึ่งทองสุก 13 ก็ทิ้งความลึกลับทั้งมวล เข้าสู่โซนของความตกใจเต็มรูปแบบ
 
ซึ่งไอ้ความพยายามที่จะผสมระหว่าง Slash และ Horror เข้าด้วยกันนี่แหละ ที่มันเป็นจุดอ่อนของหนังโดยตรง เนื่องจากตัวหนังทำได้ "ไม่สุด" เอาเลยซักทาง แม้ว่าช่วงต้นเรื่องจะสามารถปูและบิวท์คนดูได้พอสมควร /โดยเฉพาะงานภาพของหนังเรื่องนี้ สวยปนน่ากลัวมากครับ แต่ช่วงท้ายของหนังกลับอ่อนยวบยาบ และเต็มไปด้วยความบังเอิญแบบไม่สมเหตุสมผล ผสมความตลกที่ไม่ค่อยขำเท่าไหร่ และความโหดที่ก็งั้นๆ
 
สรุปว่าเมื่อเทียบกับประสบการณ์หนังผีไทย ในรอบหลายปีของผมที่ผ่านมานี้ ทองสุก 13 ที่โปรโมทว่าสยองขวัญแบบนันสตอปนั้น ถือว่าทำได้ไม่เลว เหมือนกับกินก๋วยเตี๋ยวที่ดูผ่านๆ เหมือนจะครบเครื่อง
 
แต่พอลองเสพจริงๆ กลับมีเครื่องแค่ 20% ที่เหลือก็เป็นน้ำซุปพอหรอมแหรมไปเสียหมดงั้นแหละนะ ^^"
 
 

Comment

Comment:

Tweet

กรำ ว่าจะไปซื้อแผ่นมาดูอยู่เชียว

#9 By dui-quis-accumsan on 2013-05-03 16:57

จริงครับ.....เพลียนิดๆกัลบเรื่องนี้

#8 By Pirsh on 2013-04-08 03:20

จำเรื่องนี้ได้แม่นเลย
อาจารย์ให้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องศุกร์13
ไอ้คุณเพื่อนของเราก็ไปหารูปทองสุก13มาซะงั้น
สรุปที่คอมเม้นมาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเอ็นทรี่นี้เลย//วิ่งออกจากบล็อก
Hot! Hot! Hot!

#7 By HareSen on 2013-04-04 17:46

Hot! Hot! Hot!

#6 By pattianne7 on 2013-03-29 20:49

Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By bluepearl on 2013-02-10 00:03

ขอบคุณนะค่ะ
ที่มาแบ่งปันประสบการณ์
อ่านไป ก็ชวนให้ติดตามไปดูนะ
แต่ก็คงต้องคิดอีกที
เพราะชอบก๋วยเตี๋ยวที่ครบเครื่องมากกว่า

#4 By mintaname on 2013-02-08 10:13

Hot! Hot!

#3 By beermania on 2013-02-05 11:36

Hot! Hot! Hot!

#2 By แสนไกร on 2013-02-05 10:46

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Sakuramochi on 2013-02-04 14:24