Anime

eva 01 berserk

หมายเหตุ : บทความนี้ เป็นบทความที่ผมเขียนลงนิตยสาร Bioscope ฉบับที่ 102 แต่อย่างไรก็ดี บทความชิ้นนี้มีความยาวหมื่นกว่าคำแต่ฉบับที่ตีพิมพ์นั้นจะย่นย่อกว่าครับ

           อาจจะฟังดูเวอร์ไปบ้าง ถ้าจะบอกว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้จัดเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์วัฒนธรรมสมัยใหม่ของคนญี่ปุ่นไปเรียบร้อยแล้ว และยังเป็นหนังรีเมคที่ชาวญี่ปุ่นยินดีซื้อตั๋วเข้าไปชมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยกวาดรายได้ไปกว่า 512 ล้านเยนเพียงสองวันแรกที่ออกฉาย แถมยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Japan Academy Prize for Animation of the Year ประจำปี 2010 ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมประจำปีนั้นๆ ถ้าจะถามว่างานนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน? ก็แค่ผลงานส่วนใหญ่ของ Studio Ghibi (Kiki's Delivery Service, Pom Poko, My Neighbor Totoro, Spirited Away) มักจะจองตำแหน่งภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมในงานนี้เป็นประจำ นอกจากนี้ Evangelion 2.0 ยังโด่งดังถึงขนาดข้ามน้ำข้ามทะเลไปคว้ารางวัลอันดับหนึ่งของสาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่น ในเทศกาลภาพยนตร์ Lyon Asian Film Festival หรืองานเทศกาลหนังเอเชีย เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปีที่ผ่านมา เท่านี้คงพอจะเป็นเครื่องการันตีถึงความน่าสนใจของแอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้อย่างเต็มปาก

           Evangelion 2.0 : You Can (Not) Advance เป็นแอนิเมชั่นที่สร้างขึ้นเพื่อจัดฉายในโรงภาพยนตร์เท่านั้น โดยมีเนื้อเรื่องที่ต่อเนื่องจากภาคแรก Evangelion 1.0 : You Are (Not) Alone (2007) และเป็นการรีเมคจากซีรีส์ที่ออกฉายทางโทรทัศน์เมื่อปี 2550 ซึ่งดังเป็นพลุแตกในญี่ปุ่น

 eva 2.0

ต้นกำเนิดของตำนาน

           Evangelion ถูกสร้างขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรูปแบบของฉบับทีวีซีรีส์ โดยฉายต่อเนื่องจำนวน 26 ตอน โดยสตูดิโอไกแน็กซ์ (Gainax) เขียนบทและกำกับโดย ฮิเดอากิ อันโน (Anno Hideaki) ออกแบบตัวละครโดย โยชิยูกิ ซะดะโมโตะ (Yoshiyuki Sadamoto) ซึ่งโยชิยูกิก็ยังเป็นคนเดียวกับที่เขียนเอวานเกเลี่ยนฉบับหนังสือการ์ตูนอย่างเป็นทางการอีกด้วย หลังจากอีวานเกเลี่ยนฉายทางโทรทัศน์จบไปแล้ว ยังได้มีการสร้างฉบับภาพยนตร์ต่ออีก 2 ภาค คือ Evangelion : Death and Rebirth (1997) และ The End of Evangelion (1997) ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องที่ต่อเนื่องมาจากฉบับทีวีซีรีส์ที่ผู้ชมคาดหวังว่าจะได้บทสรุปจบที่สมบูรณ์ หลังจากที่ฉบับทีวีซีรีส์จบลงแบบค้างคา ซึ่งฮิเดอากิก็ไม่ทำให้คนดูผิดหวัง ด้วยการทำให้ตัวหนังดูยากยิ่งขึ้นกว่าเดิม (เอากะเขาสิ) โดยฮิเดยูกิได้กล่าวเอาไว้ว่า

 

           "เนื้อหาของอีวานเกเลี่ยนนั้นคล้ายกับเกมปริศนา ไม่ว่าใครก็ตามได้ชมมันก็จะสามารถตีความหาคำตอบได้ในแบบฉบับของตัวเขาเอง พูดในอีกความหมายหนึ่งคือผมเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ตัดสินใจ 'สรุป' เรื่องราวในโลกของอีวานเกเลี่ยนทั้งหมด โดยที่ไม่ต้องให้ผมไปยัดเยียดคำตอบให้กับพวกเขา ผู้ชมบางส่วนเห็นว่า เราควรจะออกคู่มือ 'เจาะลึกทุกเม็ดเอวานเกเลี่ยน' แต่เราไม่มีแผนการจะทำเช่นนั้นแบบเป็นทางการ ดังนั้น อย่าไปหวังคำตอบที่ถูกจัดเตรียมจากผู้อื่น เราทุกคนต้องดูมันแล้วหาคำตอบให้ตัวเอง"

 

           ฮิเดอากิเลือกนำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงครึ่งท้ายเรื่องของภาค The End of Evangelion ผ่านสัญลักษณ์ที่มีนัยยะทางศาสนาแทบทั้งหมด อีกทั้งบทสรุปจบก็ยังเป็นที่น่ากังขาว่าสุดท้ายแล้วเกิดอะไรขึ้นในตอนจบกันแน่ ทั้งหมดนี้ยิ่งทำให้กลุ่มแฟนๆ ที่ติดตามซีรีส์นี้มาโดยตลอดแทบคลั่ง จนก่อให้เกิดปรากฏการณ์ Eva Fever ตามกระดานข่าวในอินเทอร์เน็ตขึ้นมามากมายเพื่อถกเถียง ตีความ และวิเคราะห์เนื้อเรื่องช่วงครึ่งหลังไปจนถึงบทสรุปของภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังโด่งดังจนมีการสร้างโดจินชิ หรือก็คือสื่อสัญชาติญี่ปุ่นที่สร้างและจัดจำหน่ายโดยมือสมัครเล่น โดยนำตัวละครจากการ์ตูนที่ชื่นชอบมาเขียนเรื่องราวเพิ่มเติมออกไปตามแต่จินตนาการของแฟนๆ ซึ่งไม่ถือว่าผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่น ที่เป็นเรื่องราวส่วนขยายของเนื้อเรื่องหลังบทสรุปสุดท้ายของภาพยนตร์ขึ้นมาอีกมากมาย ซึ่งถือว่าความตั้งใจของฮิเดอากิได้สัมฤทธิ์ผลแล้ว

shinji 2.0

ปัญหาครอบครัวอันบิดเบี้ยว

           จากที่กล่าวไปแล้ว ด้วยเนื้อหาที่ตื่นเต้นเร้าใจจากเรื่องราวแนวไซไฟ (Sci-fi) ผสมผสานกับประเด็นทด้านจิตวิทยา เรื่องราวของเอวานเกเลี่ยนว่าด้วยภายหลังจากการเกิดเหตุการณ์หายนะที่เรียกกันว่า Second Impact ส่งผลให้มนุษย์ถูกกวาดล้างไปกว่าครึ่งโลก อีกทั้งยังถูกรุกรานจากสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถระบุประเภทได้นามว่า ‘เทวทูต (Angle)' เมืองนีโอโตเกียวถูกสร้างขึ้นมาให้กลายเป็นเมืองป้อมปราการแห่งสุดท้ายบนโลก เพื่อตั้งรับการรุกรานจากเทวทูตโดยเฉพาะ ความหวังเดียวของมนุษย์ชาติอยู่ที่หุ่นยนต์สังเคราะห์ติดเกราะร่างยักษ์ที่เรียกว่า ‘เอวา (EVA)' ซึ่งเป็นหุ่นที่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อด้วยจิตใจเพื่อควบคุม เพื่อการนั้นผู้ควบคุมจะต้องเป็นเด็ก เนื่องจากเด็กสามารถเชื่อมโยงกับเอวาได้ง่ายกว่าจิตใจของผู้ใหญ่

 asuka 2.0

           และการผู้ควบคุมหุ่นเอวาเป็นเด็กนี่เอง ประเด็นด้านปัญหาจิตวิทยาของวัยรุ่นที่กำลังจะก้าวพ้นวัย ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก จึงได้ถูกยกมาเป็นประเด็นสำคัญที่แฝงอยู่อย่างแนบเนียนไปกับเนื้อหาและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นตามท้องเรื่อง ซึ่งเหตุการณ์ที่ดูเหมือนปัญหาในระดับที่เล็กเหล่านี้ จะส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในโลกของอีวานเกเลี่ยนอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งตัวละครแทบทุกตัวในอีวานเกเลี่ยนล้วนแล้วแต่มีปมปัญหาทางจิตใจทั้งสิ้น


นัยยะทางศาสนาที่สอดแทรก

           ในอนิเมชั่นเรื่องนี้มีการสอดแทรกสัญญะและนัยยะทางศาสนาเข้ามามากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับแรงบันดาลใจมาจากศาสนาคริสต์และยิว ถึงแม้ว่าช่วงแรก คาซุยะ ทซึรุมากิ ผู้ช่วยผู้กำกับอีวานเกเลี่ยนฉบับทีวีซีรีส์ จะกล่าวว่า พวกเขาเลือกที่จะนำเอาสัญลักษณ์จากศาสนาคริสต์มาใส่ในอนิเมชั่น ก็เพราะต้องการให้มันแตกต่างจากอนิเมชั่นหุ่นยนต์ยักษ์เรื่องอื่นๆ เพียงเท่านั้น แต่สุดท้ายมันก็ส่งผลให้อีวานเกเลี่ยน กลายเป็นสื่อที่สามารถตีความได้หลากหลายขึ้น ตามแต่มุมมองของผู้ชม ซึ่งก็จัดเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อนิเมชั่นเรื่องนี้ได้รับความนิยม

           ส่วนสัญลักษณ์ทางศาสตร์ที่สอดแทรกในเนื้อเรื่องของอีวานเกเลี่ยนนั้น ยกตัวอย่างบางส่วน เช่น

           ชื่อของ อดัม และ อีฟ สื่อถึงมนุษย์คู่แรกของโลก ตามคัมภีร์ปฐมกาล (Book of Genesis) ในพระคัมภีร์ของศาสนายิวและศาสนาคริสต์ โดยอีฟ เกิดมาจากซี่โครงของอาดัม เช่นเดียวกับในการ์ตูนที่หุ่นยนต์อีวา (Eva) ทั้งหลาย มีต้นกำเนิดมาจากเทวทูต (Angel) ตนแรก ซึ่งก็คือ อดัม

           หอกลองกินุส (The Holy Lance of Longinus) คือชื่อของหอกที่ใช้แทงสีข้างของพระเยซูคริสต์ เพื่อพิสูจน์ว่าท่านได้เสียชีวิตจากการตรึงกางเขนไปแล้วจริงหรือไม่ หอกลองกินุสจัดเป็นตำนานปรากฏในไบเบิ้ลฉบับพันธสัญญาใหม่ วรสารของยอห์น (19:34) ซึ่งตามท้องเรื่องของอีวานเกเลี่ยน หอกลองกินุสจัดเป็นวัตถุสำคัญที่เอาไว้ต่อสู้กับเหล่าเทวทูต และยังเป็นวัตถุที่เกี่ยวข้องกับแผนการพัฒนามนุษย์ชาติ

           เทวทูต (Angle) เทวทูตในเนื้อเรื่องของอีวานเกเลี่ยนนั้น อาจจะหมายถึงเทวดาตามคติความเชื่อของศาสนา คริสต์ ตามพันธสัญญาเดิม รวมถึง ทูตสวรรค์ หรือผู้นำสารจากพระเจ้า ตามพันธสัญญาใหม่ในโดยอ้างอิงนามของเหล่าเทวทูตจากการศึกษาศาสตร์แห่งไบเบิล ว่าด้วยทูตสวรรค์วิทยา (angelology) อาทิ Sachiel Shamshel และ Arael ที่ปรากฏเป็นศัตรูกับเหล่ามนุษย์ในเนื้อเรื่อง รวมไปถึงอดัม และ ลิลิธ (Lilith) ที่ตามตำนานพื้นบ้านของยิวเชื่อว่า ลิลิธเป็นเทวทูตตนที่สองของพระผู้เป็นเจ้า และยังเป็นภรรยาที่แท้จริงคนแรกของอดัม แต่เธอกลับทิ้งอดัมและสวนแห่งอีเดนไป โดยตำนานพื้นบ้านของลิลิธนั้นก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องของอีวานเกเลี่ยนอย่างมากเช่นกัน ส่วนเทวทูตที่พ่ายแพ้การต่อสู้จะระเบิดตัวเองออกมาเป็นสัญลักษณ์รูปกางเขน

 evagelion 2.0

การกำเนิดใหม่อีกครั้ง

           ภายหลังจากที่ภาพยนตร์ The End of Evagelion จบลงไป เวลาได้ล่วงเลยมากว่า 10 ปี ในปี 2006 สตูดิโอไกแนกซ์ ได้ให้คำยืนยันที่จะสร้าง Evangelion ฉบับ 'รื้อทำใหม่' ซึ่งแน่นอนว่ายังคงเป็นฝีมือการกำกับและโปรดิวซ์โดย ฮิเดอากิ (ในนามของสตูดิโอคารา ที่เขาก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างแอนิเมชั่น Evagelion ฉบับกำเนิดใหม่นี้โดยเฉพาะ) โดยวางแผนที่จะทำแอนิเมชั่นออกฉายในฉบับภาพยนตร์ทั้งหมด 4 ภาค โดยในภาพยนตร์ภาคแรก Evangelion 1.0 : You Are (Not) Alone (2007) จะเป็นการเล่าเรื่องตามเนื้อหาเดิมที่ออกฉาย 6 ตอนแรกตามต้นฉบับซีรีส์ทางโทรทัศน์ แต่จะมีการเพิ่มเติมฉากใหม่ การต่อสู้ใหม่ ตัวละครใหม่ และปรับปรุงคุณภาพด้านภาพให้สวยงามสมกับเป็นอนิเมชั่นในยุคปัจจุบัน ส่วนภาพยนตร์ภาคที่สอง Evangelion 2.0 : You Can (Not) Advance ที่กำลังจะออกฉายนี้ จะดำเนินเนื้อเรื่องต่อเนื่องจากภาคแรก ภายหลังจากที่ชินจิได้เข้าร่วมในองค์กรเนิรฟ์ และได้ร่วมมือกับเรย์ในการต่อสู้กับเทวทูตไปบ้างแล้ว แต่เขาก็ต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ๆ ที่ประดังเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเทวทูตที่ร้ายกาจมากขึ้น การพัฒนาความสัมพันธ์กับพ่อของเขา และการสูญเสียที่ไม่มีวันหวนกลับ

           ส่วนในช่วงเนื้อเรื่องในภาคสุดท้าย (3.0 และ 4.0) จะเป็นโครงเรื่องใหม่ถอดด้ามทั้งหมด ที่ต่างก็มีการคาดเดากันว่า ฮิเดอากิ จะงัดอะไรที่แหวกแนวมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ ได้อีก ในฐานะของผู้ที่ก่อให้เกิดกระแส 'Eva ฟีเวอร์' มาตั้งแต่ต้น และจะสามารถตอบสนองความคาดหวังถึงบทสรุปสุดท้ายของเรื่องราวที่ชัดเจนกว่านี้ได้อีกหรือไม่

rei 2.0

           แม้จะป็นเพียงภาพยนตร์รีเมค แต่ ฮิเดอากิและสตูดิโอคารา เจ้าของผลงาน ก็ได้สร้างผลงานให้ประจักษ์ในภาพยนตร์ภาคแรกไปแล้วว่า ไม่ใช่เพียงเป็นการนำเอาฟุตเตจจากต้นฉบับที่ทำฉายทางโทรทัศน์มาตัดต่อ ยำรวมกันในเวลา 2 ชั่วโมงเพียงเท่านั้น แต่เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ 'สร้างใหม่' เลยทีเดียว แถมในภาค 2.0 นี้ ฮิเดอากิยังเซอร์ไพรส์แฟนๆ ที่ติดตามกันมาตั้งแต่ต้น จนชาชินกับเนื้อหาของต้นฉบับที่วิเคราะห์ถกเถียงกันจนพรุนไปแล้ว ด้วยการเพิ่มตัวละครใหม่ที่มีบทบาทสำคัญ อย่าง 'มากินามิ มาริ' สาวแว่นในชุดนักเรียน ผู้ขับ EVA-05 ตัวใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในซีรีส์ต้นฉบับ อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนพลิกบทบาทของตัวละครเดิมเสียจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม นอกจากนั้นฮิเดอากิ ยังเลือกวิธีการนำเสนอที่กระชับ ดูง่ายขึ้นสำหรับคนที่ยังไม่เคยสัมผัสเรื่องราวในโลกของอีวานเกเลี่ยนมาก่อน (แต่หลังจากภาคนี้ก็ไม่แน่) แต่อย่างไรก็ดี ต้องอย่าลืมว่านี่เป็นเพียง 'ครึ่งทาง' ของเนื้อเรื่องเท่านั้น กว่าที่แฟนๆ จะได้ชมบทบทสรุปของเรื่องราวในแบบฉบับใหม่ทั้งหมดยังเหลือยังอีกยาวไกล ซึ่งแฟนๆ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าฮิเดอากิจะไม่ทุ่มเทสุดฝีมือ เพราะเขายืนยันแล้วว่า "อีวานเกเลี่ยนคือชีวิตของผม และผมทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างที่มีทั้งหมดในชีวิตลงไปในผลงานชิ้นนี้ อาจกล่าวได้ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจากชีวิตของผมเองก็เป็นได้"

 
 
ขอบคุณรูปภาพจาก TIGA