Manga

 
 
สำหรับคนที่หลงเข้ามาอ่าน ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับ!
 
ด้วยหน้าที่การงานที่รัดตัวเกือบ 3 ปี!!! + ความขี้เกียจ
และ Social Network ที่ชิงกระแสบล็อกไปเสียหมดสิ้น!!!
 
วันนี้ผมกลับมาที่ Exteen อีกครั้งแล้วครับ แต่ไม่ได้กลับมาแบบธรรมดา
 
ยังมีบล็อกใหม่ทีเกี่ยวข้องกับ "การเงิน และ การลงทุน" แบบย่อยง่าย
ไม่ต้องปีนกระไดอ่านที่นี่มาโฆษณาด้วยครับ
 
 
และตั้งใจว่า หากมีเรื่องราวที่เขียนเกี่ยวกับสื่อต่างๆ
ก็จะนำมาอัพเดทบนบล็อกนี้ด้วยไปพร้อมๆ กัน /จับปลาสองมือเลยล่ะ ^^"
 
ยังไงฝากติดตามกันด้วยอีกทางนะครับ!
 
------------------------------------------------------------------------------------
 
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้เสพสื่อที่เกี่ยวข้องกับหายนะซอมบี้ (Zombie Apocalype) มาหลายเรื่องครับ แต่ที่ประทับใจและจะหยิบมาพูดถึงกันในวันนี้ ก็คือการ์ตูนญี่ปุ่นสะท้อนสังคม + หายนะซอมบี้ เรื่องนึงที่ผมประทับใจมากอย่าง I am Hero ที่มีฉบับลิขสิทธิ์ตีพิมพ์มาเมื่อไม่นานนี้เอง กับ The Walking Dead ซีรีย์ฝรั่งที่ใครหลายคนน่าจะรู้จักกันดี
 

ช่วงที่ผ่านมาเหมือนดินแดนมนุษย์จะพร้อมใจกันอินกับเรื่อง Zombie Apocalype หรือหายนะที่เกิดขึ้นจากฝูงซอมบี้กันเหลือเกิน

สังเกต สิครับว่าหนัง การ์ตูน นิยาย ฯลฯ ช่วงหลังๆ นี่แทนที่จะไปอินกับพวกโลกแตก (แต่เจือกไม่แตกจริง) อย่าง 2012, The Day After Tomorrow ฯลฯ กลับไปฮิตกับพวกศพเดินได้หิวเนื้อเดินง่อกแง่กกันไปหมด

 

แถมฮิตกันระเบิดระเบ้อด้วยสิ

 

แม้ว่า ต้นกำเนิดของตำนานของซอมบี้นั้น แท้จริงแล้วจะเกิดขึ้นมาจากเรื่องราวพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ ของดินแดนแถบริมฝั่งทะเลคาริบเบียน ที่ใช้คำว่า ซอมบี้ ในการเรียกศพที่ถูกปลุกให้กลับมาอีกครั้งโดยพ่อมดวูดูที่เรียกว่าบอคอร์ (bokor) ให้ทำงานรับใช้ตามที่เจ้านายต้องการ

 

แต่เมื่อยุคสมัยผ่านมา เรื่องราวของซอมบี้บนโลกภาพยนตร์ ก็ถูกนำไปดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ที่มาของซอมบี้ก็กลายเป็นเกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัสทางวิทยาศาสตร์แทนที่มนต์ ดำแบบในอดีต

 

ซึ่งซอมบี้ในยุคใหม่นี้ก็ได้รับความนิยมถล่มทลายบน พื้นที่สื่อต่างๆ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบนโลกเซลูลอยด์ ที่ นำทัพด้วย Resident Evil ทั้งเกมและหนัง ซอมบี้วิ่งได้ของ Danny Boyle (28 Days/Weeks Later), I am Legend /นี่ยังไม่นับซอมบี้เลิฟคอมเมดี้อย่าง Warm Body และ World War Z ที่กำลังต่อคิวฉายเร็วๆ นี้นะครับ เห็นไหมว่าเยอะจริงๆ

 

ไปจนถึงเรื่องที่ผมจะมาเล่าให้ฟังกันวันนี้ก็คือ The Walking Dead กับมังงะญี่ปุ่นเรื่อง I am Hero สองเรื่องนี่ที่ผมประทับใจนั่นเอง

รับมือวิกฤติซอมบี้สไตล์ป่วยๆ แบบสังคมญี่ปุ่น


ทำไม เรื่องราวของซอมบี้ถึงได้รับความนิยมนัก? อาจะเป็นเพราะว่าเราเริ่มกลัวมนุษย์ด้วยกันเองมากขึ้นหรือเปล่า? เพราะประชากรโลกตอนนี้ก็ปาเข้าไปกว่า 7 พันล้านคนเข้าไปแล้ว

 

ลองคิดดูว่าเราออกเดินทางไปทำงานในวันหนึ่งๆ ก็เจอผู้คนมหาศาล หรืออยู่ในสถานการณ์ที่หนีไปไหนได้ยาก (เพราะคนแม่งเยอะจริงๆ) โดยเฉพาะพวก BTS, MRT ในช่วงเวลาด่วนๆ อย่างที่ผมเจออยู่ทุกวัน

 

เกิดอยู่ดีๆ มีคนคลั่งไล่กัดคนกลางรถไฟฟ้า ก็คงสยองไม่ใช่น้อย

 

นี่ แหละ คือการเล่นประเด็นที่เกี่ยวกับ "ความกลัว" ของเรา ในยามที่ปะปนอยู่กับฝูงชนจำนวนมหาศาลในพื้นที่ๆ มีขอบเขตจำกัด เหมือนกับมังงะญี่ปุ่นเรื่อง "I am Hero" ที่เล่าเรื่องของชายหนุ่มวัย 35 คนหนึ่ง ผู้ดำรงชีพด้วยการเป็นลูกมือนักวาดการ์ตูนไปวันๆ เฝ้ารอฝันที่จะได้ขายการ์ตูนเรื่องยาวซีรีย์ของตัวเองแล้วร่ำรวย

 

I am Hero ใช้เวลาเกริ่นนำ อารัมภบทเรื่องราวของตัวเอง แบบค่อยเป็นค่อยไป /จนบางคนอาจบอกว่า ยืดยาด (เหมือนบล็อกนี้แหละ T_T)

 

แต่เชื่อเถอะ ว่าเรื่องราวของผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่น วัย 35 ที่ยังตั้งเนื้อตั้งตัวไม่ได้ ใช้ชีวิตแบบโอตาคุ จินตนาการสูง กลัวผีขึ้นสมองขนาดหลอนจัดๆ สร้างเพื่อนรุ่นน้องในจินตนาการที่ยอมรับฟังคำบ่น ในขณะที่คนรอบข้างไม่ค่อยยอมรับตนเองเท่าไหร่ผู้นี้ มันน่าติดตามสุดๆ ครับ!
 

ยิ่งพอชีวิตของพ่อพระเอกคนนี้ถึงจุดเปลี่ยนให้พบกับวิกฤติซอมบี้ ก็ยิ่งมันส์เข้าไปอีก!!! เพราะนอกจากจะต้องรบกับซอมบี้ และจินตนาการของตัวเองที่หลอนจัดๆ แล้ว ยังต้องพบกับความป่วยของสังคมญี่ปุ่นอีก

อย่างที่ทราบกันดีกว่า คนส่วนใหญ่ในเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้น มักจะดำเนินชีวิตกันแบบตัวใครตัวมัน ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องของคนอื่นซักเท่าไหร่ /ในไทยก็เริ่มๆ มีแบบนี้นะ อาการประมาณว่า ธุระไม่ใช่? ซึ่งนั่นแหละ ที่มังงะเรื่องนี้ขับประเด็นเรื่องนี้ออกมาได้แบบจัดเต็ม! เพราะเราจะเห็นว่าขนาดเกิดวิกฤติชิบหายวายป่วงขนาดนี้

 

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ยังเฉ้ย เฉย จนน่าขำ ^^"

 

ที่น่ากลัวที่สุดก็คือคนด้วยกันเอง


ในขณะที่ I am Hero เล่นที่ประเด็นเรื่องของจิตใจคนธรรมดา และสังคมสุดป่วยเมื่อพอกับซอมบี้

 

ผู้คน ในซีรีย์เรื่องยาวอย่าง The Walking Dead กลับเก่งฉกาจ รับมือกับซอมบี้ได้แบบไม่ชิลๆ ปรับตัวกับโลกที่มีแต่ศพได้แบบไม่ลำบากนัก โดยเฉพาะเมื่อสามารถหาอาวุธมาใช้งานได้ง่ายกว่าในญี่ปุ่น (ที่มีกฏหมายควบคุมอาวุธปืนเข้มงวด) ทำให้เหล่าผู้รอดชีวิต ในซีรีย์ฝรั่งเรื่องนี้ เอาตัวรอดได้ง่ายกว่าพี่ยุ่นมากนัก

 

แต่ อย่างไรก็ดี ในขณะที่การรับมือกับวิกฤติของทั้งฝรั่ง และญี่ปุ่น นั้นแตกต่างกัน แต่จุดร่วมสำคัญอยู่ที่ "มนุษย์" คือตัวแปรที่น่ากลัวที่สุดในโลกซอมบี้ของทั้งสองเรื่อง

 

ในขณะที่เราพอ จะเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของซอมบี้ได้ไม่ยาก อย่างการไล่ล่าสิ่งมีชีวิตสดๆ มาเป็นอาหาร, ไวต่อเสียงและกลิ่น, ห้ามโดนกัด, กลางวันเชื่องช้า กลางคืนคึกมาก เหล่านี้

 

มนุษย์กลับเป็น ภัยที่น่ากลัวกว่าซอมบี้ เพราะเราไม่สามารถคาดเดาพฤติกรรมของพวกเขาเหล่านั้นได้เลย อย่างใน The Walking Dead ก็จะมีตั้งแต่พวกบ้าอำนาจ ต้องการควบคุมผู้คน วางระบบอำนาจขึ้นมาใหม่ ไปจนถึงจับเอาซอมบี้มาเป็นสัตว์เลี้ยงก็ยังมี!

 

หรืออย่าง I am Hero ก็มีพวกคนที่ตั้งเป้าจะเป็นเจ้าผู้ครองโลก มองความลำบากของผู้อื่นเป็นโอกาสของตัวเอง วางกฏหมู่ขึ้นมาเพื่อควบคุมอำนาจของตน หรือวางตัวเองเป็นเจ้าลัทธิ /ซึ่งก็ออกแนวป่วยสังคมแบบญี่ปุ่นๆ นั่นแหละ

 

เรียกได้ว่าไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่นักเลยล่ะครับ

 

สรุป ว่า อันที่จริงแล้ว การที่พวกเราชอบเสพสื่อเกี่ยวกับซอมบี้เหล่านี้ อาจเป็นเพราะเรามีชีวิตที่สุขสงบ ไม่ต้องเผชิญกับวิกฤติหรือมหัตภัยใดๆ ที่หนักหนาสาหัสแบบหาทางพึ่งไม่ได้ (อย่างโลกนี้ไม่มีใครรอดแล้ว ประมาณนั้น) ก็เลยแสวงหาอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจ อะไรที่เป็นด้านมืดของมนุษย์เข้ามารับรู้บ้าง

 

หรือถ้าเป็นมุมมองของผม ก็คือการ "ได้สัมผัสประสบการณ์" ที่หาไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง และสมมุติตัวเองลงไปว่า ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น เราควรจะตัดสินใจอย่างไร หรือทำตัวแบบไหนถึงจะอยู่รอดได้

 

คิดไปคิดมา ถ้าต้องตกไปอยู่ในดงซอมบี้สุดสยองอย่าง I am Hero หรือต้องตกอยู่ในสถานการณ์ร่วมกับเหล่ามนุษย์สุดโฉดอย่าง The Walking Dead จริงๆ

 

รีบชิงลาโลกไปก่อนเลย น่าจะทรมาณน้อยที่สุดล่ะนะ^^"