anime

 

          ในยุคสารสนเทศไร้พรมแดน เทคโนโลยีการขนส่งข้อมูลที่มีขนาดมหาศาลผ่านคลื่นวิทยุที่ตามองไม่เห็นด้วยความเร็วสูงนั้น จัดเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมทุกวันนี้ไปเสียแล้ว แต่หากว่าสิ่งที่ขนส่งได้นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อมูล แต่เป็นถึง "จิตวิญญาณ" ของมนุษย์ มันจะเกิดอะไรขึ้น?

          ทุกวันนี้ มนุษย์ที่เสพติดอินเทอร์เน็ตอย่างเราๆ ท่านๆ ต่างก็คงเข้าใจความหมายของการมีชีวิตอยู่ในระหว่าง 2 โลก นั่นคือ โลกแห่งความเป็นจริง กับโลกไซเบอร์เสปซได้เป็นอย่างดี ในชีวิตประจำวัน เราอาศัยอยู่บนโลกที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่เป็นมวลสารสามารถจับต้องได้ แต่กับชีวิตในโลกไซเบอร์สเปซนั้น แม้ว่าเราจะไม่สามารถจับต้องกับทุกสิ่งในโลกนั้นได้ก็ตาม แต่ความรู้สึกของเราที่เกิดขึ้นบนโลกไซเบอร์ก็ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้โลกแห่งความเป็นจริงนัก เรารู้สึกดีใจ เสียใจ ขำขัน หรือแม้กระทั่งชื่นชม และชอบพอกับบุคคลหรือสิ่งต่างๆ ที่เป็นเพียงข้อมูลโลดแล่นอยู่บนอินเทอร์เน็ตได้ไม่แตกต่างจากสิ่งที่เราทำบนโลกจริง

          อาจกล่าวได้ว่า การซ้อนทับกันระหว่างโลกแห่งความเป็นจริง (Reality) กับโลกแห่งความเสมือนจริง (Hyper Reality) อย่างโลกไซเบอร์สเปซนั้น แม้ไม่มีจุดร่วมกันทางกายภาพ แต่ก็มีจุดร่วมกันที่ "ความรู้สึกและความทรงจำของมนุษย์" อันเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ทางกายภาพ หรือจะกล่าวอีกแง่ ก็คือการเชื่อมโยงกันในระดับของจิตใต้สำนึกแห่งมนุษย์นั่นเอง

          และในเมื่อมนุษย์สามารถรับรู้หรือสร้างความรู้สึกได้บนโลกแห่งไซเบอร์สเปซได้ จะเป็นไปได้ไหมถ้าจะนำเอาเทคโนโลยีนี้มารักษาเยียวยา (Treatment) จิตใจของมนุษย์ที่บอบช้ำจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง?

 

          Dennou Coil คือ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในฐานะผู้คิดค้นระบบ "แว่นตาไซเบอร์" ที่จะทำให้ผู้สวมใส่ได้มองเห็นข้อมูลที่จับต้องไม่ได้บนอินเทอร์เน็ต กลายมาเป็นวัตถุอันเป็นเป็นรูปธรรม ทำให้ผู้ที่สวมแว่นตาวิเศษนี้ สามารถปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลบนไซเบอร์เสปซได้ราวกับมันปรากฏอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง อาทิ สัตว์เลี้ยงไซเบอร์ ตึกรามบ้านช่อง โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่เพ่นพ่านไปทั่วเมือง ฯลฯ อีกทั้งยังสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์บนเซิรฟ์เวอร์ ซึ่งคล้ายกับระบบ Clound Computerในปัจจุบัน ซึ่งนอกเหนือจากข้อมูลต่างๆ ที่สามารถส่งไปบนโลกอินเทอร์เน็ตแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังก้าวล้ำไปยังการขนส่ง "จิตไร้สำนึก" ของมนุษย์ที่สามารถส่งผ่านได้ไม่ต่างกับข้อมูล และมองเห็นได้ผ่านเจ้าแว่นวิเศษนี้ได้เช่นกัน

 

   

          Dennou Coil เล่าเรื่องผ่านมุมมองของ "โอโคโนงิ ยูโกะ (ยาซาโกะ)" เด็กสาวผู้มีหน้าตาและบุคลิกเรียบร้อย ที่พึ่งจะย้ายโรงเรียนมาพร้อมกับครอบครัวยังเมือง Daikoku City เมืองที่หากมองเพียงผิวเผินก็ไม่ต่างอะไรกับเมืองในแถบชานเมืองโดยทั่วไป แต่หากเพียงได้สวมใส่ "แว่นไซเบอร์" เมื่อใด ภาพลักษณ์อันเรียบง่ายของของไดโคคุก็จะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เนื่องจากเมืองแห่งนี้ต่างเต็มไปด้วยข้อมูลที่ปรากฏออกมาแบบรูปธรรมเพ่นพ่านไปทั่วเมืองทุกเวลา และทุกสถานที่

          ก่อนที่เธอจะทันปรับตัวใดๆ กับสภาพแวดล้อมใหม่ได้เต็มที่นัก ยูโกะก็ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นบนโลกไซเบอร์แต่ก็ซ้อนทับกับโลกแห่งความเป็นจริงไปพร้อมกัน การปรากฏตัวของไวรัสปริศนา Bug มากมายที่ตกค้างในเมืองไดโคคุ และแฮกเกอร์ที่ชื่อเหมือนกับเธอ "อามาซาว่า ยูโกะ (อิซาโกะ)" ผู้มีพลังประหลาดราวกับผู้วิเศษ อีกทั้งยังมีเบื้องหลังอันน่าพิศวง เรื่องราวมากมายที่ประเดประดังเข้ามาทำให้ยูโกะต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าร่วม "หน่วยงานสืบสวนเรื่องลึกลับบนไซเบอร์สเปซ" ซึ่งมีพันธกิจที่จะคลี่คลายเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดจาก "illegal" ไวรัสปริศนา เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลึกลับที่นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเมืองแห่งนี้

 

          จุดเด่นของ Dennou Coil นั้นอยู่ที่การหยิบยกประเด็นที่เป็นขั้วตรงข้ามกันอย่าง "เทคโนโลยี" กับความเชื่อด้าน "จิตวิญญาณ" ที่เป็นดั่งทางคู่ขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้ เข้ามาร้อยเรียงเข้าด้วยกันผ่านการเล่าเรื่องที่เรียบง่าย คล้ายกับการเล่าเรื่องผีหรือเหตุการณ์ลึกลับแนว Urban Legend เช่น การเชื่อมประเด็นของผีบนโลกไซเบอร์ที่จะมาลากเด็กผู้ใช้แว่นตาเข้าไปอยู่ด้วย หรือเหตุการณ์ประหลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งถ้าพูดกันตามตรงแล้ว Dennou Coil ค่อนข้างจะดำเนินเรื่องในแบบของ "เรื่องเล่าเขย่าขวัญ" ที่ฉาบหน้าตัว "เทคโนโลยี" เป็นประเด็นรองเสียด้วยซ้ำ

 
 

           และด้วยการจับประเด็นที่เป็นขั้วตรงข้ามนี่เอง ที่แก่นของซีรีย์ อันว่าด้วยเรื่องของ Psycho Cyber Treatment หรือ การเยียวยารักษาจิตใจของมนุษย์ ด้วยการดึงเอา "กายจิต" ของผู้ป่วยที่ไร้สติ เข้าสู่การเยียวยาบนโลกไซเบอร์ ที่ผู้เยียวยาจะสามารถควบคุมสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการรักษาผู้ป่วยทางจิตได้ง่ายกว่า และสิ่งนี้เองที่เป็นทั้งแก่นและปมเรื่องให้กับ Dennou Coil ไปตั้งแต่ต้นจนจบ

          "ความเป็นจริง คือสิ่งที่จับต้องได้เท่านั้นหรือ? ฉะนั้น ความเจ็บปวด ความเศร้า ที่จับต้องไม่ได้แต่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจของเราก็ไม่เป็นความจริงงั้นสิ?" by Yuko

          จุดเด่นอีกอย่างที่น่าสนใจ ก็คือการหยิบยกประเด็นที่ตั้งคำถามถึง "ความเป็นจริง (Reality)" บนโลกใบนี้ ว่าสิ่งใดกันแน่ที่ถือเป็น "ความจริง" ที่เรายึดถืออยู่ จะเป็นความเป็นจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยเหตุและผล (Rational) หรือจะเป็นความเป็นจริงที่ได้รับจากประสาทสัมผัสของมนุษย์ (Empirical) ดังเหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้ยูโกะต้องสูญเสียสัตว์เลี้ยงเสมือนจริง (Cyber Pet) ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนแท้และบอดี้การ์ดของเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ แน่นอนว่าเธอย่อมรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นเพียงข้อมูลโหนดหนึ่งที่ถูกลบหายไป มิใช่ "ชีวิต" ของแท้ (Rational ที่ไม่ยึดถือความเป็นจริงเพราะไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยสัมผัสทั้งห้าจริง) แต่ในที่สุดแล้ว ยูโกะก็ได้ตระหนักถึงความเป็นจริงของ "ความโศกเศร้า" และ "ความทรงจำ" ที่แม้จะเป็นความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ แต่ด้วยเหตุที่มาจากความเศร้าและความทรงจำที่แจ่มชัด สามารถก่อให้เกิดผล ด้วยการเปลี่ยนความโศกเศร้านั้นเพื่อเป็นความมุ่งมั่นในการที่จะปกป้องสิ่งที่เธอรักต่อไป อันเป็นการให้เหตุและผลกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงอย่างความรู้สึกของมนุษย์ ที่ใกล้เคียงกับแนวคิด Empirical นั่นเอง

          แม้หากจะดูภายนอกแล้ว อนิเมชั่นเรื่องนี้จะค่อนข้างยกเอาลักษณะภายนอกส่วนใหญ่มาจาก อนิเมชั่นตระกูล Studio Ghibi ไม่ว่าจะเป็นคาแร๊กเตอร์ดีไซน์ ตัว illegal ที่เหมือนจะหลุดมาจากเรื่อง Sprited away (แถมมีเนื้อหาของตอนหนึ่งที่ต้องมาจากโดราเอมอนแน่ๆ ด้วย!) ไปจนถึงฉากและแนวคิดด้านพลังจากธรรมชาติที่มักจะปรากฏในงานของ Ghibi บ่อยๆ ที่นักดูอนิเมะอาจจะรู้สึกถึงกลิ่นไออยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่ก็นับเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของ Dennou Coil เช่นกัน ที่หยิบเอาสไตล์แบบจิบบลิมาผสมเข้ากับแนวคิดใหม่ๆ อย่างเทคโนโลยีสารสนเทศ และยังพลักประเด็นเข้าสู่เรื่องของจิตวิญญาณของมนุษย์ได้อย่างลึกล้ำ และแนบเนียนจนกลบข้อเสียในจุดอื่นๆ ไปได้แทบทั้งหมด

          ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะดูเหมือนว่าตัวละครทั้งคู่ "ยูโกะ (ยาซาโกะ)" และ "ยูโกะ (อิซาโกะ)" จะได้รับการเยียวยาและสามารถคลี่คลายปมของเรื่องไปพร้อมกันในท้ายที่สุด แต่คำถามที่ว่ามนุษย์จะสามารถยึดถือความเป็นจริงได้จากอะไร ในสังคมปัจจุบันที่โลกฝั่ง Hyper Reality เริ่มจะมีอิทธิพลส่งผลต่อโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัด แต่บางทีในอนาคตต่อจากนี้ มนุษย์อาจจะต้องเรียนรู้ที่จะรักษาสมดุลระหว่างทั้งสองโลกให้ได้มากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

 

 

ขอบคุณรูปภาพทุกรูปจากการค้นหาของกูเกิล