drills

 

 

 

          "ชิม่อน สว่านของนายจะเป็นสว่านที่เจาะทะลวงไปถึงสรวงสวรรค์!"

 

          หากจะพูดถึงงานอนิเมชั่นที่เรียกได้ว่า มาแรงแซงโค้งในวงการคนดูอนิเมชั่นของประเทศไทยในขณะนี้ แน่นอนว่าอนิเมชั่นเรื่อง "อภินิหารหุ่นทะลวงสวรรค์ กุเร็นลากันน์" ย่อมเป็นหนึ่งในรายชื่อของภาพยนตร์อนิเมชั่นที่อยู่ในใจของหลายๆ คนแน่นอน แน่นอนว่าเบียดคู่กับซีรีย์ Code Geass และกันดั้มดับเบิ้ลโอ ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่เช่นกัน สำหรับหลายๆ คนที่ไม่เคยติดตามข่าวสารหรือห่างหายจากวงการ Japan animation ไปนาน เหมือนกับผมที่ดูการ์ตูนอนิเมชั่นซีรีย์ล่าสุดคือ โดราเอม่อน และ อิ๊กคิวซังเป็นหลัก (ไม่ค่อยเลยเรา) เพราะเน้นเสพแต่หนังและมังงะเป็นหลักจนมองข้ามไป ซึ่งหากจะพูดกันซื่อๆ เอ่ยกันตรงๆ แล้วนั้น กุเร็นลากันน์ก็คืออนิเมชั่นซีรีย์ ที่ออกฉายทางโทรทัศน์เป็นตอนๆ ตอนหนึ่งยาวประมาณ 28 นาที และเป็นอนิเมชั่นที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับ "หุ่นยนต์ยักษ์" หรือที่ศัพท์เทคนิคของวงการเรียกว่า "Super robot" หรือจะเรียกให้ง่ายเข้าไปอีก ก็คือ "การ์ตูนหุ่นยนต์แปลงร่าง" แบบที่เราๆ ท่านๆ เคยดูกันอย่างเมามันส์เมื่อสมัยวัยกระเตาะนั่นเอง

 

          หากพูดถึงการ์ตูนหุ่นยนต์แปลงร่างแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีหลายๆ คนรู้สึกเหมือนผู้เขียนหรือไม่ว่า? เจ้าการ์ตูนที่เราเคยดูไปเมื่อสมัยเด็กๆ แล้วสนุกนักสนุกหนา หากเราเอาการ์ตูนแนวนี้กลับมาดูใหม่ตอนโตและพ้นวัยที่จะดูการ์ตูนเหล่านี้สนุกไปแล้วเนี่ย เราจะยังคงเกิดอารมณ์ร่วมไปกับความมันส์ บวกความเวอร์ของเหล่าบรรดาหุ่นยนต์ประกบร่างขนาดยักษ์ที่พระเอกขับออกไปบู๊กับเหล่าร้ายได้อยู่หรือเปล่า? เพราะตั้งแต่พบกับภาพยนตร์ (แบบคนแสดง) บางเรื่องที่เอฟเฟคซีจีสวยงามอลังการณ์งานสร้าง อย่าง Transformer หรือ Iron man ฯลฯ บางทีก็อาจจะคิดมีอคติคิดไปเองว่ามันไม่น่าจะสนุกได้เท่าเทียมภาพยนตร์ที่คนแสดงจริงๆ อัดวิช่วลเอฟเฟคราคาหลายล้านไปได้หรอก ซึ่งจริงๆ แล้วที่ว่ามานี่ไม่ควรไปโบ้ยให้ใครคนอื่นเลย เพราะตัวผมนี่แหละที่เป็นเอง

 

          แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องเปลี่ยนความคิดแบบหน้ามือเป็นหลังเท้าไปโดยทันทีที่ได้ชม      อนิเมชั่นซีรีย์หุ่นยนต์ที่เรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการอนิเมชั่นหุ่นยนตร์เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ Evangelion ดังที่กล่าวไปข้างต้นนั่นเอง ประกอบกับได้รับการแนะนำเป็นคีย์เวิรด์มาจากรุ่นพี่ที่เคารพท่านนึง ซึ่งได้รับคำการันตีมาว่า "มันส์ และ บ้าพลังมาก" อีกทั้งยังเป็นผลงานอนิเมชั่นจากค่ายเดียวกันกับที่สร้าง Evangelion จนต้องไปขวยขวายหามาชมจากช่องทางพิเศษต่างๆ เนื่องจากอนิเมชั่นซีรีย์เรื่องนี้ยังไม่ได้วางจัดจำหน่ายอย่างถูกต้องในประเทศไทยในตอนนี้ (แต่ได้ข่าวมาว่า ทางผู้จัดจำหน่าย DEX กำลังจะวางแผง DVD ในวันที่ 26 ก.ย. นี้แล้ว) โดยหลังจากได้รับชมไปทั้งหมดจนจบซีรีย์แล้ว ก็ได้ข้อสรุปส่วนตัวว่า "กุเร็นลากันน์" เป็นผลงานระดับยอดเยี่ยมไม่แพ้เอวาเกลเลี่ยนซึ่งเป็นผลงานเขย่าวงการเลยทีเดียว  

 

            เท็นเก็นท๊อปปะ กุเร็นลากันน์ (Tengen Toppa Gurren Lagann) เป็นผลงานอนิเมชั่นของค่าย Gainax (Co-produced โดย Aniplex และ Konami) โดยออกอากาศเป็นทีวีซีรีย์ทั้งหมด 27 ตอนจบ ด้วยฝีมือการกำกับของ Hiroyuki Imaishi ซึ่งผมขอสารภาพก่อนเลยว่าไม่เคยคุ้นชื่อเอาซะเลยแต่ดูจากโปรไฟล์ของผู้กำกับคนนี้แล้ว เขาคนนี้เคยฝากฝีมือในฐานะของนักอนิเมเตอร์ชั้นเยี่ยมเอาไว้ในหลายเรื่อง อย่าง His and Her Circumstances, FCLC ฯลฯ ซึ่งจากแหล่งข้อมูลที่ค้นมาพบว่าอนิเมชั่นเรื่องนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นผลงานซีรีย์ยาวเรื่องแรกของนายฮีโรยูกิเลยทีเดียว ซึ่งก็นับว่าฝีไม้ลายมือของเขาก็จัดจ้านไม่เบา

 

          เรื่องราวของกุเร็นลากันน์เริ่มต้นขึ้นในโลกแห่งอนาคตที่ไม่ค่อยจะงดงามดังภาพจินตนาการเท่าใดนัก เนื่องจากมนุษย์ถูกจำกัดบริเวณไม่ให้ขึ้นไปอยู่อาศัยบนพื้นผิวโลก หากมีผู้ใดลักลอบขึ้นไปยังพื้นโลก คนผู้นั้นก็จะถูกเครื่องจักรสังหาร "กันเมน" (Gunmen) ซึ่งควบคุมโดยสัตว์อสูรจัดการ ทำให้พื้นผิวโลกเป็นดินแดนต้องห้ามสำหรับมนุษย์โลก

 

 
 

            เริ่มเรื่องขึ้นมาในฉากหมู่บ้านใต้ดินจิฮา โดย "ชิม่อน" (Simon) เด็กกำพร้าที่เสียพ่อและแม่ไปจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เขาเป็นนักขุดเจาะมือหนึ่งของหมู่บ้าน ที่รับหน้าที่ขุดเจาะเพื่อขยายหมู่บ้านออกไปเพื่อรองรับความเป็นอยู่ของชาวบ้านเพื่อแลกกับอาหารไปวันๆ อยู่มาวันหนึ่งชิม่อนก็ได้ขุดไปเจอ "คอร์ดริล" (Core Drill) ซึ่งเป็นหัวสว่านขนาดเล็กที่มีประกายเรืองแสงอย่างประหลาด ซึ่งเขาก็ได้เก็บมันมาห้อยคอติดตัวไว้คล้ายกับเป็นเครื่องรางส่วนตัว นอกจากนั้นยังได้ขุดไปเจอกับใบหน้าของกันเมนปริศนาที่ชื่อว่า "ลากันน์" อีกด้วย

 

          หมู่บ้านที่ชิมอนอยู่นั้น ค่อนข้างมีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการอยู่อาศัย ประชากรทุกคนในหมู่บ้านจะต้องเชื่อฟังผู้ปกครองหรือก็คือผู้ใหญ่บ้านอย่างเคร่งครัด แต่มีชายหนุ่มอยู่ผู้หนึ่ง ซึ่งจะคอยแหกกฏของหมู่บ้านอยู่ตลอดเวลา ชายผู้นั้นชื่อว่า "คามินา" (Kamina) เขาเป็นชายผู้ที่เปี่ยมไปด้วยพลังใจและความบ้าอันล้นเหลือ ซึ่งชิมอนก็นับถือคามินาราวกับเขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของตนเองเลยทีเดียว คามินารวบรวมแก๊งค์เด็กกำพร้าในหมู่บ้านมารวมกลุ่มเป็น "แก๊งค์กุเร็น" ซึ่งมีเป้าหมายที่จะขึ้นไปยังพื้นผิวโลกเขาให้จงได้

 

          อยู่มาวันหนึ่ง ได้มี "กันเมน" ร่วงหล่นลงมาในหมู่บ้านจิฮาอย่างรุนแรง กันเมนตัวนั้นมาพร้อมกับสาวสวยนามว่า "โยโกะ" (Yoko) ที่ตามลงเพื่อปราบปราม โดยโยโกะก็พยายามต่อสู้อย่างสุดความสามารถ แต่ในขณะที่การต่อสู้กำลังเข้าสู่จุดอันตรายและกำลังจะพ่ายแพ้ "คอร์ดริล" ของชิม่อนก็เริ่มตอบสนองต่อกันเมน "ลากันน์" ซึ่งชิม่อนก็ได้ควบคุมลากันน์เพื่อช่วยเหลือหมู่บ้านจิฮาจากอันตราย และบุกฝ่าไปยังพื้นผิวโลกได้ในที่สุด

 



 

 
           เรื่องราวต่อจากเหตุการณ์ที่ชิม่อนและคามิน่าได้บุกฝ่าขึ้นมาบนพื้นผิวโลกได้แล้วนั้น ได้เริ่มเรื่องราวปฐมบทแห่งสงครามระหว่าง มนุษย์ VS สัตว์อสูร โดยฝ่ายมนุษย์นั้น คามินารับหน้าที่นำทัพ "กองกำลังกุเร็น" ซึ่งเป็นกองกำลังเฉพาะกิจต่อสู้และขโมยกันเมนจากฝ่ายสัตว์อสูร ซึ่งกันเมนที่คามินาได้ขโมยมานั้น เขาได้ตั้งชื่อให้มันว่า "กุเร็น" เมื่อรวมร่างกับ "ลากันน์" กันเมนขนาดจิ๋วของชิม่อน ซูเปอร์กันเมน "กุเร็นลากันน์" ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นด้วยความสามารถที่เหนือกว่ากันเมนทั่วไป
 
          ในแต่ละสมรภูมิ กุเร็นลากันน์ที่ควบคุมโดยคามินาและชิม่อน ได้นำเอาชัยชนะมามอบให้กับพวกพ้องเรื่อยมา ซึ่งเหตุการณ์ในช่วงนี้ก็จะมีการเปิดตัว ตัวละครที่เป็นคู่ปรับกับคามินา ชื่อว่า "วิรัล" (Viral) สัตว์อสูรผู้ควบคุมกันเมนฝีมือฉกาจที่ต้องการล้างอายจากการพ่ายแพ้ให้กับคามินาในการต่อสู้ครั้งแรกของทั้งคู่ โดยเนื้อเรื่องช่วงสุดท้ายของ "บทแรก" จบลงในด้วยชัยชนะของกองกำลังกุเร็น ในการยึดเอายานแม่ของสัตว์อสูรมาเป็นของกองกำลังได้สำเร็จ แต่ชัยชนะครั้งนี้ชิม่อนก็ต้องสูญเสียพี่ชายผู้เป็นที่เคารพรักของเขาไปตลอดกาล

 

 

          โดยหลังจากที่คามินาได้จากไปแล้ว ด้วยการยืนหยัดขึ้นมาของ  "ชิม่อน" ผู้นำกองกำลังกุเร็นสืบต่อจากคามินาได้เปิดศึกกับ "ลอร์ดจีโนม" (Lord Genome) ผู้นำของเหล่าสัตว์อสูรทั้งหมด นอกจากนี้ตัวละครใหม่ที่สำคัญได้เปิดตัวมาช่วงนี้ นั่นคือ "เนีย (Nia)" เจ้าหญิงซึ่งเป็นลูกของลอร์ดจีโนมที่ถูกผู้เป็นพ่อทอดทิ้ง หลังจากการรบที่ยืดยาวกว่าอาทิตย์ ในที่สุดการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูรก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของลอร์ดจีโนม และมนุษย์ทั้งโลกก็ได้เริ่มศักราชใหม่ในการขึ้นมาใช้ชีวิตบนพื้นผิวโลกต่อไป โดยกองกำลังกุเร็นก็ยังคงคาใจกับคำพูดสุดท้ายของลอรด์จีโนมที่ทำนายถึงกาลอวสานของโลกในอนาคตเมื่อมนุษย์ขึ้นมาเหยียบบนผิวโลกครบ 1 ล้านคน

 
 

          เนื่องเรื่องของซีรีย์หลังจากนี้จะเข้าสู่ช่วงที่ 3 ซึ่งเวลาได้ล่วงเลยไปกว่า 7 ปีแล้วที่มนุษย์ได้ขึ้นมาอาศัยอยู่บนพื้นผิวโลก และคล้ายกับว่าความสงบสุขจะคงอยู่ต่อไปภายใต้การนำของรัฐบาลที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยมีชิม่อนเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของเมืองหลวง "คามินา ซิตี้" และมีรอสชูว์ เพื่อนในวัยเด็กของชิม่อนซึ่งขึ้นมาควบคุมกุเร็นลากันน์แทนที่คามินา คอยช่วยเหลือในฐานะเสนาธิการ เช่นกัน

 

          แต่แล้ววิกฤตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรื่อง ด้วยการปรากฏตัวของ "เผ่าพันธุ์ฮันราเซ็น" หรือเรียกอีกชื่อว่า "Anti-Spiral" ผู้ต่อต้านสิ่งมีชีวิตเกลียวสว่าน (ซึ่งก็คือลักษณะของ DNA ของมนุษย์นั่นเอง) และประกาศจะทำลายล้างมนุษย์ชาติเพื่อป้องกันการเกิดหายนะเกลียวสว่าน (Spiral-Nemesis) ที่จะมากับวิวัฒนาการของมนุษย์ ด้วยการสั่งให้ดวงจันทร์พุ่งลงมาชนบนผิวโลกในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า

 

 

           หลังจากผ่านไป 2 บทแรกของเนื้อเรื่อง เรียกได้ว่าเหตุการณ์ใน "องค์ที่ 3" ของเรื่องราว ได้เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของอนิเมะเรื่องนี้ไปอีกแนวทางหนึ่งอย่างสิ้นเชิง โดยเหตุการณ์ในช่วงนี้จะเต็มไปด้วยความขัดแย้งในหลายๆ ฝ่าย เนื่องจากประชากรทั้งหมดบนโลกต่างก็โยนความผิดให้ชิม่อนและคามินาในฐานะผู้ชักจูงให้มนุษย์ขึ้นมาบนผิวโลกด้วยการเดินขบวนสร้างแรงกดดัน จนทำให้ รอสชูว์ เสนาธิการและเพื่อนรักของชิม่อนต้องทำการจับกุมชิม่อนและตัดสินประหารชีวิตเขาต่อหน้าฝูงชนในฐานะของ "อาชญากรผู้ก่อสงครามทำลายล้างมนุษย์ชาติ"

           ความขัดแย้งในช่วงองค์ที่สามของเรื่องราวนี้ จึงเป็นช่วงที่สร้างมิติให้กับอนิเมชั่นเรื่องนี้เป็นอย่างมากในเรื่องของ "ความขัดแย้งภายใน VS ศัตรูจากภายนอก" แทนที่ความขัดแย้งระหว่าง "ฝ่ายดี VS ฝ่ายร้าย" ที่ปรากฏแบบขาวกับดำเห็นได้ชัดเจนในสององค์แรกของเรื่อง โดยตัวละครที่มีบทบาทในองค์ที่ 3 นี้มากเหลือเกินจนไม่อาจจะมองข้ามได้ นั่นก็คือบทบาทของ "รอสชูว์" ที่โดดเด่นขึ้นมาจากสององค์แรกของเรื่องแบบผลิกบทบาท

 

 
 

           ตามท้องเรื่องตำแหน่งของ "รอสชูว์" ก็คือสเนาธิการสูงสุด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่รองลงมาจากชิม่อนเท่านั้น รอสชูว์เป็นคนฉลาดหลักแหลม มีบุคลิกเอาจริงเอาจังกับทุกสิ่ง มีความรับผิดชอบสูง และต้องการที่จะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ในระยะสายตาของตน (ต่างกับชิม่อน ที่ปกครองบ้านเมืองแบบสบายๆ เสียมากกว่า) ข้อเสียคือรอสชูว์เป็นคนที่ไม่เชื่อมั่นกับสิ่งใดโดยง่าย เขาเป็นคนที่ "ไม่กล้าท้าความเสี่ยง" กับสิ่งใดๆ โดยเฉพาะในเหตุการณ์ที่ Anti-Spiral บุกเมือง และประกาศว่าจะทำลายล้างโลกนั้น รอสชูว์พยายามมองหาหนทางทุกวิถีทางที่จะทำให้มนุษย์โลกอยู่รอดได้ในฐานะรัฐบาลของเมืองด้วยการตัดสินโทษประหารชิม่อน เพื่อให้ประชาชนที่กำลังเดินขบวนเรียกร้องผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น แทนที่จะเชื่อมั่นในพลังของพวกพ้อง ในพลังของกองกำลังกุเร็นที่เคยต่อสู้ร่วมกันมาก่อน เขาเป็นคนที่ยึดถือคติ "ช่วยได้เท่าที่จะช่วย" ด้วยการละทิ้งผู้คนที่กำลังอพยพภายในเวลาจำกัดให้หนีออกจากโลกก่อนที่โลกจะล่มสลาย

 
 

           พูดถึงพระรองที่บทเด่นมากไปแล้ว มาเอ่ยถึงพระเอกบ้าง (เดี๋ยวจะลืม) "ชิม่อน" นั้นจัดได้ว่าเป็นตัวละครที่มีลักษณะของ "Hero" อยู่อย่างเต็มเปี่ยมล้น ในสมัยเด็กชิม่อนนั้นค่อนข้างจะไม่มีความมั่นใจในตนเอง เขาทำได้แค่ขุดเจาะเก่งเท่านั้น แต่หลังจากเขาได้รับอิทธิพลความกล้าหาญ ความบ้าบิ่น และความเชื่อมั่นในตนเองจากลูกพี่ "คามินา" ชิม่อนก็ได้เติมโตขึ้นเป็นชายหนุ่มผู้องอาจ แบกรับความรับผิดชอบในฐานะของผู้กอบกู้ เจ้าเมืองนักปกครอง และรับผิดชอบด้วยการถูกตัดสินประหารชีวิตได้แบบเต็มใจเพื่อให้บ้านเมืองสงบลงตามคำสั่งของรอสชูว์ ไหนจะรวมไปถึงความกดดันที่ "เนีย" คนรักของตนทรยศต่อมนุษย์ชาติไปอยู่กับฝ่าย Anti-Spiral     ชิม่อนเป็นบุคคลที่ต้องรับความกดดันสิ้นหวังอย่างหนักหนากว่าใครๆ เพราะสูญเสียทั้งพวกพ้อง ประชาชนที่ตนเองเคยปกป้องก็กลับต่อต้าน และคนรักก็จากไปอีก แต่ในท้ายที่สุดแล้ว "ความมุ่งมั่นและความไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใด" ที่ชิม่อนได้สืบทอดมาจากคามินา ก็เป็นแหล่งพลังอันไม่มีที่สิ้นสุดของเขาและก็ใช้พลังนั้นต่อสู้และปกป้องทุกๆ คนได้สำเร็จ ซึ่งตรงกันข้ามกับรอสชูว์ที่ไม่เคยเชื่อมั่นในพลังของพวกพ้องเลยอย่างสิ้นเชิง

 

           ส่วนแก่นเรื่องหลักๆ ของอนิเมชั่นเรื่องนี้ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ "การพยายามควบคุมชะตาชีวิตของตนเอง" ตั้งแต่เริ่มต้นที่เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่พยายามฝ่าฟันขึ้นไปใช้ชีวิตอยู่ภายใต้แสงตะวันบนผิวโลก, การต่อสู้กับผู้ที่ขัดขวางการมีชีวิตอยู่อย่างปกติสุข, การต่อสู้ต่อโชคชะตาการทำลายล้างมนุษย์ชาติของ Anti-Spiral ที่มีพลังดุจพระเจ้าจนแทบจะเป็นการต่อสู้ที่สิ้นหวัง เหล่านี้ล้วนแล้วแต่แสดงออกถึงเรื่องราวของการฝืนดวงชะตาของตนเองทั้งสิ้น

           นอกจากนี้ "สว่าน" (Drills) ที่ปรากฏออกมาในทุกๆ ทุกๆ ช่วงของอนิเมะเรื่องนี้นั้น จัดได้ว่ามีความหมายอย่างลึกซึ้งจนเป็นสัญลักษณ์พิเศษที่เกี่ยวข้องกับแก่นเรื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้    ชิม่อนใช้สว่านของเขาขุดเจาะโพรงแห่งชะตากรรม ทะลุทะลวงโชคชะตาเพื่อทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้เสมอมา สว่านยังเป็นตัวแทนถึงลักษณะการวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ซึ่งหุ่นยนต์ "กุเร็นลากันน์" ของชิม่อนที่ใช้สว่านเป็นอาวุธหลักนั้นก็แสดงออกถึงความหมายนี้เช่นกัน ซึ่งในเรื่องสว่านนี้หากเราเคยดูอนิเมชั่นหุ่นยนต์บ้าพลังสมัยก่อน จะเห็นได้ว่ามักจะมีสว่านติดทุกตัว (เพื่อแสดงความบ้าพลัง) เช่นกันกับกุเร็นลากันน์ที่มีสว่านเต็มตัว สว่านยักษ์ ฯลฯ ซึ่งเรียกได้ว่าโค-ตะ-ระ บ้าพลังเลยทีเดียว :D

 

          สรุปแล้วเรื่องราวของเท็นเก็นทอปปากุเร็นลากันน์นี้ โดยรวมก็คือเรื่องราวการเติบโตของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามฝืนชะตากำหนดด้วยพลังของตนเอง ซึ่งจริงๆ แล้วประเด็นเรื่องการเติบโตนี้ไม่ว่ามังงะ หรืออนิเมะเรื่องต่างๆ ต่างก็หยิบเอามาเล่นกันจนเรียกได้ว่าเฝือไปแล้ว แต่เนื่องด้วยลักษณะรูปแบบการนำเสนอของกุเร็นลากันน์ ผ่านงานด้านภาพที่มีคุณภาพเกินกว่าจะเป็นอนิเมชั่นซีรีย์ที่ฉายทางโทรทัศน์ เพลงประกอบที่สุดมันส์และเข้ากับสถานการณ์ และความสนุกสนานที่เข้าขั้น "มันส์โครต" แบบลูกผู้ชายที่ไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับเท่าใดนัก แต่ในความมันส์นั้นก็ยังแฝงไปด้วยคติคำสอนแบบแมนๆ เท่ห์ๆ อย่างที่คามินาสอนชิม่อนให้เชื่อมั่นในพลังของตน "ไม่ใช่ชั้นที่เชื่อในตัวนาย ไม่ใช่นายที่เชื่อในตัวชั้น จงเชื่อในตัวนาย ที่เชื่อมั่นในตัวเอง!!!" ก็ทำให้อนิเมะเรื่องนี้มีความลึกประกอบกับความสนุกสนาน ด้วยภาพรวมที่ดีทั้งหมดเหล่านี้ ทำให้จัดได้ว่า "กุเร็นลากันน์" เป็นหนึ่งในอนิเมชั่นซีรีย์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในปีที่แล้วเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

Tengen Toppa Gurren Lagann ep1 part1