murder

 

 

           นิติเวชศาสตร์ คือ ศาสตร์การชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุของการตายที่น่าสงสัยในคดีต่างๆ ก่อนจะนำเอาผลที่ได้ไปว่าความในขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดนั่นเอง ซึ่งความสำคัญของหน้าที่นี้ก็คือการสืบหา "ความจริง" จาก "ความตาย" ของเหยื่อผู้ถูกกระทำ หรือเรียกอีกนัยนึงก็คือการเผชิญหน้ากับสภาพศพที่แปลกประหลาด เพื่อที่จะสาวรอยเข้าไปถึงต้นตอ นั่นก็คือเป็นหน้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นกฎหมายที่ควบคุมมนุษย์ ให้อยู่ในกรอบศีลธรรม

 

           แต่จะเป็นอย่างไร หากผู้ที่ทำหน้าที่สำคัญทางนิติเวชกลับกลายมาเป็น "ฆาตกรต่อเนื่อง" เสียเอง การค้นหาความเป็นจริงรวมไปถึงการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษทางกฎหมาย กลับถูกทำให้กลายเป็นโมฆะด้วยฝีมือของผู้ที่เราเชื่อว่ามีหน้าที่ในการค้นหาความจริง แต่กลับมาปกปิดความจริงซะเอง

 

 

           Pathology เป็นเรื่องราวของนักศึกษาแพทย์อินเทิรน์หนุ่ม เท็ด เกรย์ (Milo Ventimiglia โด่งดังมาจากซีรีย์ Heroes) ที่เข้ามารับหน้าที่ชันสูตรพลิกศพในสถาบันชื่อดังแห่งหนึ่งด้วยความหวังที่จะก้าวหน้าในอาชีพ แต่เขาต้องกลับกลายมาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในเกมการละเล่นอันวิปริตของเหล่าเพื่อนร่วมงานของเขา ในการหา "เหยื่อขึ้นโต๊ะ" ด้วยการฆาตกรรม โดยจะแข่งกันวัดฝีมือว่าใครจะสามารถ "ฆ่า" ได้แนบเนียนมากที่สุด ซึ่งในเกมนี้ เท็ด จะต้องร่วมพิสูจน์ความสามารถของตน บวกกับต้องวางแผนอย่างเหนือชั้นกว่าเพื่อนของเขา เพราะว่าเขาคือหนึ่งในเหยื่อของเกมนี้ซะเอง

 

           ตัวหนังเล่นประเด็นอย่างรุนแรงในแง่ของ "หน้าที่และการกระทำ" อันผิดเพี้ยนไปจากสามัญสำนึกของมนุษย์ ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น จากเจ้าหน้าที่นิติเวชผู้สืบหาตัวคนร้าย แต่กลับกลายมาเป็นคนร้ายซะเองเพียงเพราะความสนุกส่วนตัว เหล่านักศึกษาแพทย์ซึ่งมีหัวโจกคือ หมอเจค (Michael Weston) ผู้มีแนวคิดอันตรายเกี่ยวกับสัญชาติญาณในการฆ่าของมนุษย์ และการควบคุมจำนวนประชากรโลก หมอเจคและผองเพื่อนใช้เหตุผลส่วนตัวเข้าตัดสินชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นไอ้สวะที่กักขังและข่มขืนเด็ก หรืออาชญากรผู้ต้องโทษร้ายแรงอื่นๆ ว่าสมควรตายมากกว่าที่จะรอให้กระบวนการยุติธรรมจัดการ ประกอบกับความสนุกและความคึกคะนอง หมอเจคและผองเพื่อนต่างก็เล่น "เกม" วิปริตวนเวียนอยู่กับเซ็กซ์และการเล่นยา ไม่ผิดไปจากกลุ่มวัยรุ่นหนักสังคมทั่วๆไป

 

 

           ทั้งๆที่ต่างคนต่างก็มีการศึกษาสูง มีหน้าที่สำคัญต้องรับผิดชอบและมีอนาคตที่สวยงามรออยู่ในภายภาคหน้า แต่เขาเหล่านั้นกลับนำเอาความฉลาดที่มีไปใช้ในทางที่ผิด ด้วยการนำเอาวิชาความรู้ที่ได้จากการศึกษานิติเวชศาสตร์ มาใช้ปกปิดการฆาตกรรมอำพรางที่ตนเองก่อขึ้น แปลงสภาพจาก "วิชา" กลายเป็น "อวิชชา" ที่แสนชั่วร้าย โดยเฉพาะตัวละครเอก หมอเท็ด เกรย์ จากนักศึกษาแพทย์ผู้มีความสามารถ มีหน้าที่การงานและคู่หมั้นที่ดีรออยู่ในอนาคต แต่ตัวเขาเองก็กลับหลงเข้าไปสู่วังวนของ "เกม" จนยากที่จะถอนตัว และส่งผลต่อชีวิตของเขารวมไปถึงสิ่งที่เขารักอย่างเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด

 

           โดยสรุปแล้ว ตัวภาพยนตร์ทำออกมาได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการดำเนินเรื่องที่ฉับไวด้วยการเร้าอารมณ์คนดูอย่างต่อเนื่อง ผสมกับการสร้างบรรยากาศกดดันด้วยลีลาการแสดงของเหล่านักแสดงนำในเรื่อง รวมไปถึงบรรยากาศเร่าร้อนปนแหวะในหลายๆฉากในเรื่อง ในส่วนของบทภาพยนตร์นั้น ก็จัดว่าทำได้โอเคเลยทีเดียว มีช่วงเวลาที่เราไม่สามารถจะคาดเดาพฤติกรรมของตัวละครในเรื่องได้ และช็อตโชว์การวางแผนฆาตกรรมของนักศึกษานิติเวชที่แสดงให้เห็นถึง "กึ๋น" ของคนเขียนบทได้เป็นอย่างดี เพียงแต่มีข้อด้อยอยู่บ้างในจุดที่เป็นประเด็นเหตุผลในการมีอยู่ของ "เกม" ที่ตัวบทไม่ค่อยได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนนัก พาลให้คิดว่าสาเหตุที่แพทย์วิปริตพวกนี้ทำลงไปเป็นเพราะความคะนองของวัยรุ่นธรรมดาๆ แทนที่จะแฝงปรัชญาหรือแนวคิดพิศดารลงไปบ้างตามแบบฉบับของหนังฆาตกรโรคจิตที่มักจะแทรกแนวคิดประหลาดของตัวฆาตกรไว้เสมอๆ

 

 

           หากใครสนใจภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังฉายอยู่แบบจำกัดโรง (เข้าฉาย 29 พ.ค. เฉพาะโรงภาพยนตร์เฉพาะ พารากอน ซีนีเพล็กซ์, เอสพละนาด ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า,เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์        รัชโยธิน และ SFW เซ็นทรัลเวิลด์) และขอเตือนไว้ก่อนว่าภาพยนตร์ไม่เหมาะกับคนที่อ่อนไหวง่าย ด้วยฉากการชันสูตรพลิกศพอย่างจะๆ ความรุนแรงในการฆาตกรรม ฉากเซ็กส์ที่มีอยู่ประปรายในท้องเรื่อง จึงน่าจะเหมาะกับผู้ชมที่อายุ 18+ และไม่กลัวเลือด (หรือเครื่องในหมูแดงๆ)

 

หมายเหตุ : เนื่องจากเป็นบทวิเคราะห์หนังชนโรง จึงอาจจะไม่ค่อยละเอียดนักนะครับ เพราะปกติจะเน้นหนังที่ออกมาเป็นแผ่นแล้วมากกว่า

 
 
Pathology Trailer : R Rate