series

 

 

          "HEROES" เป็นซีรีย์ฝั่งตะวันตกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงเรื่องหนึ่งในปีที่ผ่านมา เนื้อหาของซีรีย์ชุดนี้นำ เสนอเรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่ง อันประกอบด้วยบุคคลที่ต่างชาติต่างภาษากันแต่มีจุดร่วมที่เหมือนกัน ก็คือ คนเหล่านี้มี "พลังพิเศษ" เหนือมนุษย์ที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุ์กรรม ซึ่งผู้มีพลังพิเศษกลุ่มนี้จะต้องมา ร่วมชะตากรรมในการป้องกันเมืองนิวยอร์กจากระเบิดปริศนาที่จะทำให้เมืองราบเป็นหน้ากลอง ในอีก 3 อาทิตย์ข้างหน้า

 

 

          เริ่องราวเริ่มต้นขึ้นผ่านมุมมองของ "ปีเตอร์ เพทเทรลลี่ (Peter Petrelli)" พยาบาลหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็เกิดฝันขึ้นมาว่าตนเองนั้นสามารถที่จะบินขึ้นไปบนฟ้าได้ ซึ่งเขาพยายามพิสูจน์มันอย่างเอาเป็นเอาตายแต่ ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เขาพยายามหาคนที่เข้าใจความรู้สึกและเข้าใจในตัวตนของเขา สิ่งที่เขาเชื่อว่าทำได้ แต่แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครเชื่อความฝันโง่ๆของเขาเลย แม้แต่พี่ชายแท้ๆของปีเตอร์เอง ที่กำลังหาเสียงใน การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ก็มองว่าน้องของตนเองนั้นสติไม่สมประกอบเสียเหลือเกิน ส่วนตัวปีเตอร์เองก็ยัง ไม่ทราบถึงชะตากรรมและพลังอันยิ่งใหญ่ (ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง ) ที่ตัวเขาและครอบครัว ของเขาจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

 

          แน่นอนว่า HEROES นั้นเป็นเรื่องราวแบบซีรีย์ (Series) ดังนั้นลักษณะการเล่าเรื่องก็จะแบ่งแยกกันไปตามแต่ มุมมองของกลุ่มคนผู้มีความเกี่ยวข้องทางชะตากรรมในการกอบกู้นิวยอร์ก หนึ่งในนั้นก็มีตัวละครสำคัญเป็นชาย ชาวญี่ปุ่นนามว่า "ฮิโร นากามุระ (Hiro Nakamura)" ผู้ค้นพบความสามารถพิเศษในการควบคุม "เวลา" แค่เขา เพียงเพ่งสมาธิเท่านั้น ฮิโรก็สามารถที่จะหยุดเวลา ร่นเวลาให้ช้าลง หรือแม้แต่เดินทางข้ามกาลเวลาไปยังอดีต หรืออนาคตก็ได้ ซึ่งจากความผิดพลาดในการทดลองเดินทางข้ามเวลาครั้งแรกของเขา ก็ทำให้ฮิโรต้องรับรู้ ชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเมืองนิวยอร์กในอีก 3 อาทิตย์ข้างหน้าก่อนใครเพื่อน และฮิโรก็เป็นบุคคลแรก ที่จะต้องการเปลี่ยนแปลงมัน เขาจึงได้เดินทางไปยังนิวยอร์กพร้อมกับ "อันโด" เพื่อนสนิทของเขา เพื่อหยุดยั้ง เหตุหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

          ในซีรีย์ยังประกอบไปด้วยตัวละครที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น "ไอแซ็ค แมนเดส (Isaac Mendez)" จิตกรผู้ สามารถวาดภาพเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้เฟรมต่อเฟรม หากตนเองตกอยู่ในภวังค์จากการเมายา"แคลร์ เบนเน็ท (Claire Bennet)" เด็กสาวไฮสคูลที่ค้นพบว่าตัวเธอเองนั้นมีความสามารถที่จะเยียวยาตนเอง จากการบาดเจ็บถึงตายได้ "แมท พาร์กแมน (Matt Parkman)" ผู้ที่สามารถได้ยินความคิดของผู้อื่น "โมฮินเดอร์ ซูเรส (Mohinder Suresh)" นักวิชาการชาวอินเดีย ลูกชายของผู้ค้นพบทฤษฏีการวิวัฒนาการ และการกลายพันธุ์ ของมนุษย์ และเป็นผู้คิดค้นวิธีในการค้นหาผู้ที่มีพลังวิเศษบนโลก "นิกิ แซนเดอร์(Niki Sanders)" ดาวโป๊ทางอินเทอร์เน็ตที่หาเงินมาส่งลูกชาย แต่เธอเองไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองมีอีกบุคคลิก ที่อันตรายอยู่ภายใน รวมไปถึง "ไซลาร์" ฆาตกรผู้มีพลังพิเศษในการดูดกลืนพลังของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ด้วยการรับประทานสมองมนุษย์

 

          จุดสำคัญที่ทำให้ซีรีย์ HEROES ได้รับความนิยมจากผู้ชมเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะ HEROES เลือกที่จะโฟกัสไปที่การเล่าเรื่องแบบดราม่าของเหล่าผู้มีพลังพิเศษเป็นหลัก เราจะไม่ได้เห็นพระเอกใน มาดของซูเปอร์ฮีโร่ กำลังต่อสู้กับวายร้ายด้วยการยิงพลังตูมตามราวกับ X-men (แต่ก็มีบ้างให้พอตื่นเต้น และเป็นไปตามจังหวะของเนื้อเรื่อง) แต่ซีรีย์ชุดนี้จะเน้นไปที่การนำเสนอเรื่องราวของ "ชีวิตครอบครัว" และ "ทางเลือก"ของมนุษย์เป็นหลัก จะเกิดอะไรขึ้นหากอยู่ๆมาวันหนึ่งเราก็เกิดบินได้ขึ้นมา? หรือจะเกิดอะไรขึ้นหาก เราพบว่าร่างกายสามารถที่จะรักษาตนเองได้อย่างรวมเร็วจนเกือบจะเป็นอมตะ? บางคนอาจจะมองเป็นเรื่องที่ดี แต่บางคนอาจจะมองว่ามัน "ผิดแปลก" จากคนอื่นและหวาดกลัวต่อความพิเศษของตน ดังเช่นตัวของแคลร์ เด็กสาวผู้มีพลังกึ่งอมตะ แม้ว่าจะตกจากที่สูงกระดูกหักทั่วตัว โดนไฟคลอกจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่เธอก็สามารถ ที่จะเยียวยาตัวเองกลับมาเป็นปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว (ด้วยวิธีไม่ค่อยจะน่าดูนัก) แคลร์เป็นตัวอย่างของผู้ ที่หวาดกลัวความแตกต่าง (alienation) ที่ทำให้เธอเกิดความแปลกแยกต่อตนเองและสังคม หรือแม้แต่ครอบครัว ของเธอเองก็ตาม เธอเกลียดชังพลังนี้และพยายามที่จะใช้ชีวิตเป็นเด็กสาวไฮสคูลปกติ แต่แล้วโชคชะตาก็นำ เธอไปสู่สิ่งที่เธอไม่ได้คาดคิดที่สุด

 

          ตามขนบของเรื่องราวที่เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่แล้วนั้น หากขาดตัวละครที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้าในการปกป้องโลก พิทักษ์คุณธรรม กำจัดคนพาลอภิบาลคนดี ฯลฯ ย่อมไม่ใช่เรื่องราวของฮีโร่แน่นอน ตัวละครหลัก 2 ตัวละครใน เรื่องที่จัดได้ว่าเป็นผู้มีอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ในการที่จะทำประโยชน์เพื่อโลกนั้น คือ ฮิโร ผู้มีความสามารถหยุด เวลาได้ และ "ปีเตอร์ เพทเทรลลี่ (Peter Petrelli)" ผู้มีพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่เกินกว่าเขาจะคาดถึง

 

 

          ฮิโร นากามุระ เป็นตัวละครหลักของซีรีย์ที่เป็นตัวจักรสำคัญใน “แก่น” ของซีรีย์เรื่องนี้ ด้วยการเล่นกับความรู้สึก สงสัยของคนดูว่า “ถ้าฉันสามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิด แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น?” ซึ่งตัวฮิโรเองก็ได้รับ พลังอำนาจที่จะตอบคำถามนี้ได้อยู่ในมือ สิ่งนี้จะเป็นประเด็นสำคัญที่ตัวภาพยนตร์จะเล่นกับการคาดเดาเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งลักษณะคาแร็กเตอร์ของตัวฮิโรเองนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่แนวอเมริกาอย่างชัดเจน (ทั้งๆที่เป็นคนญี่ปุ่น น่าจะโอตาคุพวกอุลตร้าแมน ไอ้มดแดง ฯลฯ มากกว่า ) ฮิโรเป็นผู้มีอุดมการณ์ฮีโร่สูงมากที่สุดในทุกๆคาแร็กเตอร์ตามเนื้อเรื่อง เขาเป็นคนร่าเริงและ มองโลกในแง่ดีเสมอ แต่เมื่อเหตุการณ์ในเรื่องดำเนินไป ฮิโีรจะได้เรียนรู้สิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นฮีโร่ที่แท้จริง ผ่านพรสวรรค์ที่ตนได้รับมา

 

          อีกตัวละครผู้มีอุดมการณ์อันแรงกล้าดังที่กล่าวไปข้างต้นก็คือตัวละคร "ปีเตอร์ เพรทเทรลี่" ผู้มีพลังอำนาจใน การดูดซึมพลังพิเศษของผู้อื่นมาเป็นของตนเองได้ แค่เพียงได้พบเจอหน้ากันเท่านั้น ปีเตอร์ก็สามารถซึมซับ ความสามารถมาเป็นของตนเองได้ราวกับฟองน้ำชุบน้ำเปียกๆเลยทีเดียว

 

          บุคคลอย่าง "ปีเตอร์" นั้นเป็นตัวอย่างของบุคคลผู้มีอุดมการณ์ในการทำเพื่อส่วนรวมอีกตัวละครหนึ่ง นอกเหนือ ไปจากฮิโร เขาเป็นบุรุษพยาบาลผู้อ่อนโยน รักความยุติธรรม และมีความปรารถนาที่จะทำเพื่อคนอื่นอย่างเต็มใจ แม้ว่าตัวเขาเองนั้นค่อนข้างจะเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตนเองอย่างมาก ปีเตอร์เป็นคนที่ไม่มีความเด็ดขาด ในการตัดสินใจและไม่มีความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เหมาะสม อีกทั้งยังขาดความ สามารถในการควบคุมพลังของตนเองที่ดูดซับมาจากคนอื่นอย่างไม่รู้ตัวอีกด้วย ซึ่งในจุดนี้จะเป็นประเด็น สำคัญต่อผลร้ายแรงต่อเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตของเขาเอง แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเขาเองจะ มีข้อเสียมากมาย แต่ปีเตอร์นับเป็นบุคคลผู้มีลักษณะของความเป็น "ฮีโร่" ผู้ที่พร้อมจะเสียสละตนเองเพื่อ ความสุขของส่วนรวมอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

 

          ประเด็นที่น่าสนใจของซีรีย์นี้อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือประเด็นในเรื่องของ "ครอบครัว" โดยใน ซีรีย์ จะนำเสนอประเด็น เรื่องราวของครอบครัวที่มีความแตกต่างกัน 3 ครอบครัว นั่นก็คือ ครอบครัวของแคลร์ผู้มีพลังกึ่งอมตะ ครอบครัว ของนิกิ ดาวโป๊ทางอินเทอร์เน็ตผู้มีสองบุคลิก และครอบครัวของปีเตอร์นั่นเอง

 

 

          ตั้งแต่ช่วงต้นของซีรีย์ เราจะพบว่า "แคลร์" นั้นค่อนข้างที่จะห่วงใยความสัมพันธ์ระหว่างตัวของเธอ และครอบครัวของเธอมาก เธอหวาดกลัวว่า หากคนในครอบครัวของเธอรู้ว่าเธอเป็นตัวประหลาดที่แตกต่างจาก คนอื่นแล้ว จะส่งผลให้ไม่มีใครยอมรับเธอเป็นสมาชิกในครอบครัว แต่เนื่องจากแคลร์เป็นเพียงบุตรบุญธรรม เท่านั้น ทำให้ตัวเธอเกิดแรงจูงใจในการสืบหาครอบครัวที่แท้จริงของตนเองเพื่อที่จะหาคำตอบว่า ยังมีคนอื่นอีก ไหมที่เป็นในสิ่งที่เธอเป็น หรือมีในสิ่งที่เธอมี และนั่นก็เป็นพฤติกรรมของการค้นหา สิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ของมนุษย์ปกติทั่วๆไป ที่พยายามจะค้นหาพรรคพวกผู้มีสิ่งใดคล้ายๆกันนั่นเอง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะรักษาความ สัมพันธ์ในครอบครัว กลุ่มเพื่อน และสิ่งที่เธอเป็นอยู่เอาไว้

 

          ส่วนครอบครัวของ "นิกิ" ผู้มีสองบุคลิกนั้น ในเนื้อเรื่องของซีรีย์ได้มีการนำเสนอเอาไว้อย่างน่าสนใจ เพราะนิกินั้นมีลูกชายที่กำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต แต่เธอจะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการหาเงินมาส่งค่าเล่าเรียนให้ลูกชาย ซึ่งต้องไปกู้เงินจากผู้มีอำนาจแต่ก็ต้องหวาดผวากับผู้ที่ คอยตามทวงหนี้เธอตลอดเวลา และการที่สามีของเธอกำลังหลบหนีจากคดีฆ่าคนตายโดยไม่รู้ชะตากรรม ส่งเหล่านี้ทำให้ชีวิตครอบครัวของเธอปั่นป่วน สิ่งต่างๆดูเหมือนจะยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออยู่มาวันหนึ่งเธอ ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามีศพคนถูกแยกเป็นชิ้นๆภายในบ้าน โดยที่ตัวเธอเองลงมือไปโดยไม่รู้สึกตัวเลยซักนิด (จริงๆแล้วเป็นฝีมือของตัวตนอีกคนหนึ่งในตัวเธอนั่นเอง) แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตัวนิกิเองก็รักลูกชายของเธอ มากจนไม่ยอมให้ใครพรากเขาไปจากเธอเป็นอันขาด แม้แต่สามีเก่าของเธอเองก็ตาม ทำให้เนื้อเรื่อง ในส่วนของครอบครัวนิกิจะเป็นเรื่องราวของการปรับความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวเป็นหลัก แต่ก็มีผลสืบเนื่องไปจนถึงเหตุการณ์ท้ายที่สุดเช่นกัน

 

          สำหรับครอบครัวสุดท้ายคือครอบครัวของปีเตอร์ ซึ่งนับเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัวที่มีผลต่อเนื้อเรื่องเป็น อย่างมาก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างตัวของปีเตอร์ กับ พี่ชายของเขา "เนธาน เพทเทรลลี่" ผู้สมัคร เข้าแข่งขันในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และยังเป็นผู้ที่มีพลังพิเศษโผบินขึ้นไปบนอากาศได้อย่างอิสระอีกด้วย

 

          ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องตระกูลเพทเทรลลี่คู่นี้นั้น มีลักษณะของการ "ข่ม" กันเองตลอดเวลา ซึ่งตัวของ เนธานนั้น จะมีลักษณะของความเป็นผู้นำซึ่งออกแนวของลูกชายคนโปรดของครอบครัว มากกว่าปีเตอร์ ผู้เป็นน้องที่ดูธรรมดาๆไม่โดดเด่น และเหมือนกับจะต้องอยู่ภายใต้เงาของพี่ชายตลอดเวลา โดยเราจะเห็นได้ จากความสัมพันธ์ของสองพี่น้องคู่นี้ตั้งแต่ช่วงต้นๆของเนื้อเรื่อง ปีเตอร์นั้นถึงแม้จะไม่พอใจที่พี่ของเขา ทำตัวเป็นผู้ดูแลชีวิตของน้องชายตลอดเวลาจนเหมือนกับว่า เขาไม่มีความสามารถที่จะรับผิดชอบตนเองได้ แต่ลึกๆแล้วปีเตอร์เองก็รักพี่ชายตนเองมาก จึงยอมทำตัวเป็นเด็กดีของพี่ตลอดมา ส่วนเนธานเองนั้นก็ใช้ ความเป็นลูกคนโปรดและความเป็นผู้นำที่มากกว่าน้อง คอยควบคุม บงการ ดูแลชีวิตของน้องชาย ให้อยู่ในกรอบที่ตัวเขานั้นวางไว้ โดยไม่สนใจว่าปีเตอร์จะรู้สึกเช่นไร ในภาพยนตร์จะแสดงให้เห็นถึง การกระทำที่แสดงออกต่อน้องชายของเนธานนั้น แสดงออกมาในลักษณะ "ก้าวก่ายในชีวิต" ของปีเตอร์มาก จนเกินไปจนทำให้ปีเตอร์เกิดความต้องการในการ "แสวงหาความเป็นตัวเอง" และมีความคิดที่จะต่อต้าน พี่ชายของตนขึ้นมา แต่ในบทสรุปท้ายที่สุดแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องคู่นี้ก็ได้รับการพิสูจน์ผ่าน เหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในท้ายที่สุดของซีซั่น

 

 

          ตัวละครอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าจะนำมาพูดถึงก็คือ "ไซลาร์" ผู้มีความสามารถพิเศษในการมอง "กลไกการทำงาน" ของสิ่งต่างๆได้อย่างทะลุปรุโปร่งและสามารถนำมันมาใช้ได้อย่างอิสระ ไซลาร์ใช้ความ สามารถของเขาในการยึดเอาความสามารถพิเศษของคนอื่นมาเป็นของตนเองได้ คล้ายคลึงกับความสามารถ ของปีเตอร์ เพียงแต่ต้องกระทำด้วยวิธีอันโหดเหี้ยมกว่าหลายเท่า ไซลาร์ใช้ความสามารถของเขาในการไล่ล่า เหล่าผู้มีพลังพิเศษด้วยจุดประสงค์ในการเป็น "คนที่พิเศษ" ยิ่งกว่าคนอื่นๆในโลก ตัวละครไซลาร์จัดได้ว่าเป็น ตัวละครประเภทวายร้าย (Villains) ในโลกของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ทั่วๆไป ชีวิตของเขาถูกเสี้ยมสอนจากแม่ให้เป็น "คนพิเศษกว่าใครๆ" อยู่ตลอดเวลา โดยปกติแล้วตัวของ Gabriel Gray (ชื่อเดิมของไซลาร์ - ที่ได้มาจากนาฬิกา ยี่ห้อ Sylar ^^") อาจจะไม่ใช่คนที่เลวร้ายในกมลสันดาน เขามีพลังพิเศษในการวิเคราะห์การทำงานของสิ่ง ต่างๆ และเขาก็ใช้มันกับอาชีพนักซ่อมนาฬิกาได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ภายหลังจากการได้ค้นพบความสามารถ ที่แท้จริงของตนเอง ประกอบกับสิ่งที่เขาถูกสั่งสอนมาจากแม่ของเขา (ซึ่งจิตไม่ค่อยปกติ) ทำให้เขากลายเป็น ฆาตกรที่น่าสะพรึงกลัว

 

          จริงๆแล้วผมค่อนข้างจะชอบตัวละครไซลาร์เอามากๆ เนื่องจากบุคลิกลักษณะของเขาดันไปคล้ายคลึงกับตัว ละคร "ทอม มาโวโร่ ริดเดิ้ล" หรือลอร์ดโวลเดอร์มอร์ (จาก Harry Potter) ในเรื่องแง่ของแนวคิดความต้องการ ที่จะพิเศษกว่าคนอื่นๆ ซึ่งนับเป็นจุดร่วมระหว่างไซลาร์กับโวลเดอร์มอร์ ที่ทั้งคู่ต่างก็ค้นพบพรสวรรค์อันแสน วิเศษของตน และต้องการจะประกาศมันให้โลกรู้และยอมรับตัวเขาไม่ว่าจะด้วยทางไหนก็ตาม เพียงแต่ไซลาร์ นั้นแตกต่างจากโวลเดอร์มอร์ตรงที่เขามี "แม่" คอยสั่งสอนเขาอยู่เบื้องหลัง (แต่ก็สอนแบบผิดๆ) ดังเช่น เหตุการณ์ในช่วงหลังจากที่ไซลาร์ได้ความสามารถพิเศษของไอแซ๊คในการวาดภาพอนาคตมาแล้ว เขาได้ใช้ความสามารถเพื่อที่จะดูอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น และเขาก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาในจิตใจทันทีว่า ตัวเขานั่นเองที่จะกลายเป็น "มือระเบิด" ผู้คร่าชีวิตไปกว่าพันคน ณ ใจกลางนิวยอร์ก เหตุเพราะถึงแม้ว่าเขาเป็น ฆาตกรฆ่าเหล่าผู้มีพลังพิเศษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะชอบการฆ่าคนจำนวนมากโดยไร้เหตุผลนั่นเอง เขากลัวจนอยากจะเลิกทำตัวเป็นคนพิเศษ อยากกลายเป็นคนปกติธรรมดาเสียเลยด้วยซ้ำไป แม้ว่าโชคชะตาจะ ไม่อาจปรานีที่จะทำให้เขากลับใจได้เลยก็ตาม...

 

          ประเด็นท้ายที่สุดและนับเป็นแก่นสำคัญของเรื่อง ก็คือประเด็นเรื่องของ "อนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น" หากเรามีความสามารถเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลง หรือยับยั้งเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว เราจะทำมันหรือไม่? และจะเปลี่ยนแปลงมันได้จริงๆหรือเปล่า? ในช่วงท้ายของซีซั่น เราจะได้พบกับคำตอบของคำถามนี้ว่า แม้ว่าอนาคตจะเป็นสิ่งที่ชะตาลิขิต และไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่ถูกลิขิตมาแล้วให้เกิดขึ้นได้ แต่เราก็ยังมี "โอกาส"ที่จะเปลี่ยนแปลงให้อนาคตดำเนินไปยังเส้นทางอื่นได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่จะถล่มเมืองจนราบ จะไม่สามารถหยุดยั้งได้ในความเป็นจริง แต่เรายังสามารถแก้ไขได้ด้วยหนทางอื่นๆ ด้วยพลังแห่งความดีงามด้วยพลังแห่งความรักของครอบครัว นี่นับเป็นตัวสารหลักที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อออกมาให้กับคนดูอย่างเราๆ ว่าถึงแม้สิ่งที่เกิดมันก็ต้องเกิดขึ้น แต่หากเรายังเชื่อมั่น และประพฤิตตนอยู่ในคุณงามความดี "โอกาส" ที่เราจะ เปลี่ยน "ร้ายให้กลายเป็นดี" จะต้องมาถึงอย่างแน่นอน

 

          สรุปว่า ซีรีย์ HEROES เรื่องนี้ (และซีซั่นนี้) นับเป็นซีรีย์ที่มีคุณภาพสูงมาก ในจำนวนซีรีย์ฝั่งตะวันตกหลาย ต่อหลายเรื่องในช่วงนี้ที่กำลังได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน HEROES อุดมไปด้วยบทอันชาญฉลาด ที่เล่นกับความรู้สึกอยากรู้อยากเห้นของคนดู การผูกปมเรื่องราวต่างๆให้ขมวดเข้ามาหากันได้อย่าง ค่อนข้างลงตัว บวกกับการใช้แก่นดำเนินเรื่องในรูปแบบกึ่งดราม่า ที่เน้นความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นหลัก แม้ว่าฉากบู๊จะน้อยไปนิด ฉากการต่อสู้ยังน้อยไปหน่อยในความรู้สึก แต่ด้วยการดำเนินเรื่องที่น่าตื่นเต้น ผ่านการเล่าเรื่องที่โดดเด่น จนดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลมาจากการ์ุตูนซีรีย์อยู่ไม่น้อย ก็นับเป็นจุดดีอันกลบ ข้อเสียเรื่องต่างๆไปได้จนหมด.....